
คุ้ยชีวิตผู้นำตากาล็อก "สายโหด" ชนะใจคน
ย้อนประวัติ "โรดริโก ดูเตอร์เต้" ว่าที่ผู้นำฟิลิปปินส์ ที่คลุกคลีกับแวดวงการเมืองมาตั้งแต่จำความได้
ย้อนประวัติ "โรดริโก ดูเตอร์เต้" ว่าที่ผู้นำฟิลิปปินส์ ที่คลุกคลีกับแวดวงการเมืองมาตั้งแต่จำความได้
ขณะที่ผลการเลือกตั้งผู้นำและทีมงานบริหารประเทศฟิลิปปินส์ยังอยู่ในขั้นตอนการนับและประกาศผลอย่างเป็นทางการ แนวโน้มของคะแนนที่ออกมาส่อเค้าค่อนข้างชัดเจนว่า โรดริโก ดูเตอร์เต้ นายกเล็กสายโหดจากเมืองใต้ดาเวา ลอยลำเด่นเตรียมรับตำแหน่งนี้แน่นอน
อีกทั้งในเวลาต่อมา ผู้สมัครชิงตำแหน่งในกลุ่มตัวท็อป อาทิ มาร์ โรฮาส และเกรซ โป ยังออกมาประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ของศึกเลือกตั้งที่ใสสะอาด พร้อมกับอวยพรให้ว่าที่ผู้นำคนใหม่ประสบความสำเร็จในเส้นทางการบริหารประเทศ
ชัยชนะของดูเตอร์เต้ ก่อให้เกิดกระแสความคิดเห็นแตกต่างชัดเจนสองฝั่ง คือกลุ่มที่เชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ จากผลงานการบริหารเมืองเละให้ล่ำซำ และการแสดงออกแบบโผงผางไม่ไว้หน้าใคร กับอีกกลุ่มที่ไม่มั่นใจว่า วิถีนักเลงที่เป็นเบื้องหลังของการบริหารนั้นจะใช้ได้กับการบริหารประเทศทั้งประเทศ อีกทั้งนโยบายที่ใช้หาเสียงก็ดูขายฝันมากเกินไป
แต่หากไล่เลียงประวัติความเป็นมาของนักการเมืองวัย 71 ปี รายนี้ คลุกคลีกับแวดวงการเมืองมาตั้งแต่จำความได้ โดย วิเซ็นเต้ ผู้เป็นพ่อ เป็นนักกฎหมายที่ผันตัวมาเล่นการเมืองท้องถิ่น เริ่มจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเนาของเกาะเซบู ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการดาเวา สมัยที่ยังแบ่งการปกครองเป็นจังหวัด ส่วนแม่เป็นอาจารย์สอนหนังสือและผู้นำชาวมาราเนา กลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งทางภาคใต้ของประเทศ แม้แต่เครือญาติอย่างลุงและลูกพี่ลูกน้องชายของเขาก็เป็นนายกเทศมนตรีเมืองเซบูด้วยเช่นกัน จึงนับได้ว่าตระกูลของเขาพัวพันกับการบริหารบ้านเมืองอย่างเหนียวแน่นมาโดยตลอด
ครอบครัวของดูเตอร์เต้ย้ายมาตั้งรกรากกันอย่างจริงจังในแถบดาเวาตอนที่เขาอายุได้ 6 ขวบ แม้ว่าในเวลาต่อมา แม่ของเขาจะเกษียณอายุราชการ แต่ก็ยังทำงานดูแลสังคมและปากท้องของชาวบ้านในฐานะภริยาของนักการเมืองด้วย
ดูเตอร์เต้ในช่วงเยาว์วัยอาจยังไม่มีใครกล้าเชื่อว่าจะเจริญรอยอาชีพผู้บริหารบ้านเมืองได้ เพราะขณะศึกษาระดับชั้นมัธยม เจ้าตัวถูกไล่ออกถึง 2 ครั้งจาก 2 สถาบันเนื่องจากทำผิดกฎระเบียบ เวลาต่อมาเรียนจนสำเร็จการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ของสถาบันเลเซี่ยมแห่งมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ และปริญญาด้านนิติศาสตร์จากวิทยาลัยกฎหมายซานเบดา ในกรุงมะนิลา ก็ยังมิวายมีเรื่องอื้อฉาวช่วงที่เป็นนักศึกษาด้านกฎหมายว่า ก่อเหตุยิงเพื่อนนักศึกษาที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องแบ่งแยกเชื้อชาติ จนเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีประสาทปริญญาบัตร
ถึงกระนั้น ดูเตอร์เต้ก็ได้รับตำแหน่งทางการเมืองสำคัญๆ มาโดยตลอด หลังจากเรียนจบได้ 5 ปี ก็ได้รับเลือกเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักอัยการเมืองดาเวา ก่อนจะไต่เต้าเป็นผู้ช่วยอัยการลำดับสูงขึ้นเรื่อยๆ
แต่ก่อนที่จะถึงขั้นเป็นอัยการหลัก ในช่วงการปฏิวัติพลังประชาชน หรือเอ็ดซา ในปี 1986 ดูเตอร์เต้ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยนายกเทศมนตรีเมืองแบบรักษาการ แล้วจากจุดเริ่มต้นนั้น เขาก็หันเข้าสู่เส้นทางนายกเล็ก ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งจนชนะ สลับไปรับตำแหน่งบริหารอื่นบ้าง แต่ก็วนเวียนอยู่กับการเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวารวม 7 สมัย กินระยะเวลาการปกครองนานถึง 22 ปี
แน่นอนว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะดูเตอร์เต้สร้างผลงานที่ดีจนประชาชนพึงพอใจมาก กลายเป็นนักการเมืองไม่กี่คนของประเทศภายใต้ระบอบการเลือกตั้งที่ได้รับเลือกกลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีก ถึงขั้นมีการเปรียบเทียบวิวัฒนาการของเมืองดาเวา จากเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากรและสิ่งผิดกฎหมาย ทุกวันนี้กลายเป็นเมืองปลอดภัยระดับหนึ่ง และมีผู้อ้างว่าปลอดภัยที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก จากผลสำรวจของเว็บไซต์ numbeo ทว่า ผลการสำรวจนี้น่ากังขาและไม่สอดคล้องกับผลสำรวจของสำนักข่าวอื่นๆ
ดูเตอร์เต้เน้นกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด ถึงกับออกปากสนับสนุนการล้างบางแบบไม่เกี่ยงวิธีกับแก๊งอันธพาลและกลุ่มค้ายา และมักทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเหตุสังหารโหดที่เกิดขึ้นอย่างโจ่งแจ้งในพื้นที่ ถึงขั้นเคยถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนนานาชาติโจมตีว่า เป็นการบริหารที่ป่าเถื่อนเกินไป เพราะกระทบกับผู้บริสุทธิ์จำนวนไม่น้อย
ทว่า ดูเตอร์เต้ก็ใช้วิธีละมุนละม่อมร่วมด้วย อย่างการทุ่มเงินอุดหนุนผู้ติดยาเสพติดที่แสดงตัวกลับใจและยินยอมเข้ารับการบำบัดอย่างน้อย 2,000 เปโซต่อเดือน กับการลงทุนงบ 12 ล้านเปโซตั้งศูนย์บำบัดและรักษาผู้ติดยาเสพติด รวมถึงการใช้วิธีแก้ไขข้อกฎหมายต่างๆ อาทิ การบริโภคเครื่องดื่มมึนเมาตามเวลาที่กำหนด ลดความเร็วในการขับขี่ยานพาหนะ ให้เมืองดูปลอดภัยขึ้น
นอกจากนี้ ยังจัดซื้อรถสายตรวจ ตั้งสายเหตุด่วนเหตุร้าย ออกคำสั่งยันธุรกิจห้างร้านเอกชนต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดความละเอียดสูง เพื่อร่วมสอดส่องดูแลประชาชน โดยดูเตอร์เต้เน้นเป็นพิเศษกับมาตรฐานสวัสดิภาพมากๆ ถึงขั้นที่ครั้งหนึ่งออกไปขับแท็กซี่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์เอง ซึ่งสร้างความตื่นเต้นตกใจให้กับผู้โดยสารพอสมควร
จากการแสดงออกถึงความเป็นคนจริง ความสามารถดูแลและคุมอำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ รวมถึงความเอาใจใส่ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ประชาชนตั้งแต่คนรากหญ้า ชนชั้นกลาง และกลุ่มเศรษฐี ชื่นชอบและเชื่อมั่นในตัวดูเตอร์เต้ เมื่อเขาประกาศตัวชิงเก้าอี้ผู้นำประเทศ ซึ่งแม้แต่ข่าวเสียหายจากคำพูดและทัศนคติที่ชวนวิพากษ์วิจารณ์ที่มาจากปากของดูเตอร์เต้เอง ก็ไม่สามารถต้านทานกระแสความเชื่อมั่นที่เข้มแข็งจากชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ได้
ภาพ...เอเอฟพี







