
ไอโฟนร่วงรอบ 13 ปี
แอปเปิ้ลเข้าสู่ช่วงขาลง หลังรายได้และยอดขายไอโฟนร่วงครั้งแรกในรอบ 13 ปี
แอปเปิ้ลเข้าสู่ช่วงขาลง หลังรายได้และยอดขายไอโฟนร่วงครั้งแรกในรอบ 13 ปี
บริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ เปิดเผยยอดจำหน่ายไอโฟนในไตรมาส 2 ของปีนี้ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. ร่วงลงแตะ 51.2 ล้านเครื่อง จาก 61.2 ล้านเครื่อง จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่งผลให้ยอดขายและรายได้ของแอปเปิ้ลลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003 อยู่ที่ 5.06 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท)
ขณะเดียวกัน แอปเปิ้ลคาดการณ์ว่ารายได้ของบริษัทในไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 4.1-4.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4-1.5 ล้านล้านบาท) ต่ำกว่าการคาดการณ์จากวอลสตรีทที่ 4.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.6 ล้านล้านบาท)
สำหรับยอดขายไอโฟนที่ซบเซายังฉุดหุ้นแอปเปิ้ลร่วงกว่า 8% แตะที่ 95.90 เหรียญสหรัฐ (ราว 3,356 บาท) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.พ.
ลูคา เมสตริ ประธานฝ่ายการเงินของแอปเปิ้ล กล่าวว่า ความสำเร็จของไอโฟน 6 เมื่อปีที่แล้ว สร้างมาตรฐานที่ยากจะเอาชนะในไตรมาส 2 ของปีนี้ ขณะที่ ทิม คุก ประธานบริหารของแอปเปิ้ล เปิดเผยว่า ตลาดสมาร์ทโฟนที่ชะงักงันตอกย้ำความวิตกในวงกว้างขึ้น ว่าตลาดดังกล่าวอาจมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว โดยยอดขายไอโฟนในจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของบริษัท ลดลงถึง 26% จากปีก่อนหน้า
ซึ่งสวนทางกับยอดขายในธุรกิจบริการต่างๆ ของแอปเปิ้ล ได้แก่ แอปสโตร์ แอปเปิ้ลมิวสิก ไอคลาวด์ แอปเปิ้ลเพย์ ยังคงขยายตัวแข็งแกร่งและสร้างรายได้ให้บริษัท 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.1 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้านี้ แซงหน้ายอดขายไอแม็คและไอแพด โดยแอปเปิ้ลมิวสิกมียอดผู้บอกรับบริการถึง 13 ล้านราย
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า รายได้จากธุรกิจบริการดังกล่าวถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับยอดขายไอโฟนที่คิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของยอดขายในไตรมาสปัจจุบัน นอกจากนี้ธุรกิจบริการด้านดนตรีอย่างสปอติฟาย บริการคลาวด์จากกูเกิลและไมโครซอฟท์ ยังครองสัดส่วนผู้ใช้ส่วนใหญ่ในตลาด แม้กระทั่งในบรรดาผู้ใช้ไอโฟน
นีล ซอนเดอร์ส ประธานกรรมการบริหาร คอนลูมิโน บริษัทวิจัยในสหรัฐ ระบุว่า หนทางเดียวในการกระตุ้นยอดขายของแอปเปิ้ล คือการเปิดตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมใหม่ๆ แทนการต่อยอดหรือพัฒนาจากผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่แล้ว







