
รีดภาษีสู้แผ่นดินไหว
เอกวาดอร์ใช้มาตรการฉุกเฉินขึ้นภาษีขาย-ผู้มีรายได้สูง ฟื้นฟูแผ่นดินไหว คาดเศรษฐกิจหดหนัก
เอกวาดอร์ใช้มาตรการฉุกเฉินขึ้นภาษีขาย-ผู้มีรายได้สูง ฟื้นฟูแผ่นดินไหว คาดเศรษฐกิจหดหนัก
ประธานาธิบดี ราฟาเอล กอห์เรีย ของเอกวาดอร์ ประกาศใช้มาตรการทางเศรษฐกิจฉุกเฉิน รวมทั้งมาตรการทางภาษีเพื่อหางบประมาณฟื้นฟูและรับมือผลกระทบภัยพิบัติ หลังเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 14% จากเดิมที่ 12% เป็นเวลา 1 ปี รวมทั้งเรียกเก็บเงินเป็นมูลค่า 0.9% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดกับพลเมืองที่มีมูลค่าสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 35.04 ล้านบาท) และประกาศยึดและขายทรัพย์ที่ไม่มีเจ้าของ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเรียกเก็บเงินเพิ่มโดยคิดจากสัดส่วนของรายรับต่อเดือน โดยผู้ที่มีรายรับมากกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ/เดือน (ราว 3.5 หมื่นบาท) จะต้องจ่ายเงินให้กับรัฐบาลเป็นสัดส่วนเท่ากับรายได้ในแต่ละวัน เป็นเวลา 1 เดือน ขณะที่ผู้มีรายได้เกิน 2,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 7 หมื่นบาท) จะต้องจ่ายเป็นเวลา 2 เดือน จนถึงผู้มีรายได้เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.75 แสนบาท) ต้องจ่ายเงินเป็นเวลา 5 เดือน
ทั้งนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.8 มาตรวัดริกเตอร์ ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกกว่า 500 ครั้ง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 570 ราย ชาวต่างชาติอย่างน้อย 11 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 5,000 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงตามหาผู้สูญหายอีกราว 163 ราย
ก่อนหน้านี้ ทางการเอกวาดอร์ ประเมินว่า การฟื้นฟูความเสียหายจากเหตุภัยพิบัติดังกล่าวอาจจะมีมูลค่ามากถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่งผลกระทบราว 2-3% ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประเมินว่า เศรษฐกิจเอกวาดอร์น่าจะหดตัวเกือบ 2% ในปี 2016 นี้ จากภาวะราคาน้ำมันถูก
ด้านธุรกิจส่วนใหญ่ยังปิดกิจการ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกจากนี้ยังมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการติดโรคที่มียุงเป็นพาหะ เนื่องจากพลเมืองหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย ด้านธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างอเมริกา ประกาศเตรียมเพิ่มสินเชื่อฉุกเฉินให้เอกวาดอร์ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.05 หมื่นล้านบาท)







