
นิ่งกันถ้วนหน้า
เคยรับใช้ท่านผู้อ่านไปครั้งหนึ่งว่า สภาพเศรษฐกิจสหรัฐในขณะนี้กำลังตกอยู่ในภาวะนิ่งๆ ที่แม้ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงนิ่งเงียบ เป็นเพราะภาคธุรกิจยังไม่กล้าเริ่มต้นจ้างงานใหม่ แม้ว่าจะได้เริ่มกลับมาทำผลกำไรกันบ้างแล้วก็ตาม
เคยรับใช้ท่านผู้อ่านไปครั้งหนึ่งว่า สภาพเศรษฐกิจสหรัฐในขณะนี้กำลังตกอยู่ในภาวะนิ่งๆ ที่แม้ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงนิ่งเงียบ เป็นเพราะภาคธุรกิจยังไม่กล้าเริ่มต้นจ้างงานใหม่ แม้ว่าจะได้เริ่มกลับมาทำผลกำไรกันบ้างแล้วก็ตาม
โดย....ธนพล ไชยภาษี
แต่เป็นเพราะพิษบาดแผลจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้ภาคธุรกิจกำลังเข็ดขยาดกับสภาพในอดีต เลยยังตัดสินใจไม่จ้างงานใหม่ ไม่ลงทุนเพิ่มกัน ทำธุรกิจกับแบบปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งเศรษฐศาสตร์ในสหรัฐบอกว่า ภาวะเช่นนี้คือ “การฟื้นตัวที่น่าผิดหวัง” ครับ
นั่นคือสภาพในสหรัฐ วันนี้ลองหันไปดูที่ยุโรป กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร 16 ชาติ หรือที่เรียกกันว่า กลุ่มยูโรโซน นั้น ก็กำลังเจอกับสภาพไม่ต่างจากในสหรัฐ แม้ว่าช่วงนี้ปัญหาวิกฤตหนี้ของรัฐบาลในยุโรปเริ่มจะซาลงแล้วก็ตาม
ผู้บริโภคในกลุ่มยูโรโซนกำลังไม่กล้าจะใช้เงินกันสักเท่าไหร่ครับ โดยตัวเลขจากสำนักงานสถิติของยุโรป หรือยูโรสแตต บอกว่า ยอดขายปลีกในกลุ่มยูโรโซนในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น แทบไม่กระดิกเลยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า คือ ปรับขึ้นมาอยู่ในอัตราเท่าเดิมที่ 0.4%
สภาพนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับประเทศในกลุ่มยูโรโซนเท่านั้น หากคิดโดยรวมสหภาพยุโรปทั้งหมด ซึ่งรวมประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างอังกฤษและสวีเดนเข้าไปด้วยนั้น ปรากฏว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือน มิ.ย. ก็อยู่ต่ำเรี่ยดินที่ 0.1% เท่านั้นเอง
อย่าลืมว่าช่วงนี้เป็นช่วงฤดูร้อนในยุโรป เป็นช่วงที่คนยุโรปจะออกไปเที่ยว ไปใช้จ่ายกัน แต่ปรากฏว่าคนกำลังไม่กล้าจะใช้เงินกันเหมือนเดิม
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า ประชาชนเริ่มขาดความมั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจของเขา โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลหลายประเทศยุโรป กำลังใช้มาตรการตัดลดค่าใช้จ่ายกันอย่างบ้าคลั่ง เมื่อรัฐบาลประหยัดกันออกหน้าออกตาเช่นนี้ แล้วประชาชนจะยังมีกะใจใช้เงินกันได้อย่างไร
แต่ถ้าเปรียบเทียบกันระหว่างสหรัฐและยุโรปนั้น ลักษณะของเศรษฐกิจของ 2 แห่งนี้ มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือ แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นส่วนใหญ่จะมาจากแรงซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่คิดเป็นมากกว่า 75% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศ
แต่ในยุโรป แรงขับเคลื่อนส่วนหนึ่งมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็จริง แต่อีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ การส่งออก ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี หรือฝรั่งเศส ก็ล้วนแต่เลี้ยงดูตัวเองจากรายได้การส่งออกทั้งนั้นครับ ยุโรปจึงฟื้นยาก ถ้าหากตลาดส่งออกยังไม่ฟื้นโดยเฉพาะตลาด
สภาพเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปกำลังนิ่งๆ ไม่สดใสเหมือนเดิม ส่วนจีนดังที่ผมเรียนมาหลายครั้ง ว่ารัฐบาลกรุงปักกิ่งกำลังใส่เกียร์ถอยหลังอย่างเต็มที่ เพื่อลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจลง
เห็นสภาพโลกเป็นเช่นนี้ คงจะพอจะนึกภาพเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังปีนี้ออกกันนะครับ







