
อาเซียนสาดความสุขคึกคัก ไม่หวั่นแล้ง-อุณหภูมิเดือด 50 องศา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การละเล่นสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ นอกจากจะเป็นการสืบสานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่สืบทอดกันมาหลายปีแล้ว ยังเป็นตัวช่วยในการดับร้อน ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนทะลุปรอทระหว่าง 40-53 องศาเซลเซียสทั่วอาเซียนในปีนี้ จากผลพวงของปรากฏการณ์เอลนินโญ
ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเฉพาะประเทศที่มีการจัดงานเทศกาลสงกรานต์อย่างไทย ลาว เมียนมา และกัมพูชา ยังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก โดยล่าสุด ลู่กัง โฆษกต่างประเทศของจีน ระบุว่า จีนจะระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง มณฑลยูนนาน จนกว่าระดับน้ำแม่น้ำโขงสูงกว่าระดับต่ำสุด
อย่างไรก็ตาม แม้อากาศจะร้อนและน้ำจะแล้ง แต่หลายชาติในอาเซียนยังคงจัดงานเทศกาลสงกรานต์ต่อไป โดย “เมียนมา” เป็นที่แรกที่เริ่มเทศกาลปีใหม่ที่เรียกว่า ทิงจัน หรือตะจัน ระหว่างวันที่ 12-16 เม.ย. ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการฉลองเทศกาลปีใหม่ภายใต้การนำของรัฐบาลพลเรือนชุดแรกในรอบ 50 ปี
เมืองที่คึกคักที่สุดคงหนีไม่พ้นนครย่างกุ้ง บริเวณใกล้เจดีย์สุเล ซึ่งมีปิดถนนหลายสายในนครย่างกุ้ง เพื่อรองรับการแสดงดนตรี ฟ้อนรำ และขบวนพาเหรดคับคั่ง อีกทั้งยังมีจุดเล่นน้ำกว่า 210 จุดทั่วเมือง โดยปีนี้ยังคงห้ามจัดซุ้มเล่นน้ำเชิงพาณิชย์เพื่อดึงดูดคน โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัย ป้องกันการจราจรติดขัด และรักษาประเพณี
ขณะที่เมืองมัณฑะเลย์อนุญาตให้สูบน้ำจากคูเมือง 150 ครั้ง/จุดเล่นน้ำ และเก็บค่าเล่นน้ำจากผู้จัดจุดละ 2 แสนจ๊าด (ราว 5,924 บาท) พร้อมกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2,000 นาย อีกทั้งปืนฉีดน้ำต้องมีความยาวไม่เกิน 9.5 มิลลิเมตร และไม่เกิน 100 กระบอก ในแต่ละจุดเล่นน้ำ
ส่วนประเทศริมฝั่งโขงอย่างประเทศ “ลาว” นั้น ยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีอย่างเคร่งครัด เปิดฉากเทศกาลบุญปีใหม่ลาวด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญและรดน้ำดำหัว โดยในเมืองหลวงพระบางมีการจัดขบวนสงกรานต์กว่า 50 ขบวน การประกวดนางสังขาร หรือนางสงกรานต์ และกิจกรรมอื่นๆ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานราว 5,000 คน
นอกจากนี้ กรมตำรวจลาวยังจัดเตรียมกำลังตำรวจจราจรกว่า 2,500 นายทั่วประเทศ เพื่อรักษาความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
ลาวถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างหนัก โดยการประปากรุงเวียงจันทน์เรียกร้องให้ใช้น้ำอย่างประหยัดในช่วงเทศกาล
เช่นเดียวกับเทศกาลสงกรานต์อังกอร์ใน “กัมพูชา” หรือโจลชนัมทเมย ในจังหวัดเสียมราฐ แหล่งมรดกโลกระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย. และเป็นการเฉลิมฉลองสงกรานต์อังกอร์ครั้งที่ 4 ภายใต้การนำของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามากกว่า 1 ล้านคน ทั้งในและนอกประเทศ เนื่องจากเทศกาลสงกรานต์อังกอร์ถือเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา
ยิ่งไปกว่านั้น ยอดจองโรงแรมและที่พักในจังหวัดเสียมราฐเต็มตั้งแต่ช่วงต้นเดือน โดยปกติแล้วค่าที่พักจะอยู่ที่ 12-15 เหรียญสหรัฐ (ราว 420-525 บาท) แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์อังกอร์ ค่าที่ปรับเพิ่มขึ้นอีก 2 เหรียญสหรัฐ ซึ่ง 50% ของนักท่องเที่ยวเป็นชาวกัมพูชา
อังกิมเอ็ง ประธานสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวของกัมพูชา ระบุว่า เทศกาลสงกรานต์อังกอร์สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะครอบครัวรายได้ปานกลางและเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวของกัมพูชา พร้อมกับกระตุ้นรายได้ประชาชาติไปในตัว
ทั้งนี้ การเล่นน้ำสงกรานต์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดอุณหภูมิของร่างกายท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ ทว่าประเทศที่ไม่มีเทศกาลสงกรานต์อย่างฟิลิปปินส์ต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่ร้อนอย่างหนัก โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ เปิดเผยดัชนีความร้อนในเมืองคาบานาตวน ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลาพุ่งแตะ 52.3 องศาเซลเซียส ทุบสถิติ







