
ชงเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่
เอกชนดันพิษณุโลกเชื่อมการค้า ชูจุดเด่นกึ่งกลางสี่แยกอินโดจีน
เอกชนดันพิษณุโลกเชื่อมการค้า ชูจุดเด่นกึ่งกลางสี่แยกอินโดจีน
เอกชนเตรียมชง กรอ.จังหวัดดัน “พิษณุโลก” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ ชูจุดเด่นอยู่กึ่งกลางสี่แยกอินโดจีน
พล.อ.ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ ประธานสถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีน เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จ.พิษณุโลก เตรียมยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลประกาศนโยบายให้ จ.พิษณุโลก เป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ และจะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาตามยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีน ในรูปแบบต่างๆ ที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดทำขึ้นมา
ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจใหม่ดังกล่าว มีทางเลือกการสนับสนุนสิทธิและประโยชน์ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดังนี้ ทางเลือกที่ 1 ให้ จ.พิษณุโลก เป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจใหม่ โดยการสนับสนุนด้านสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลได้ประกาศไปแล้ว ทางเลือกที่ 2 ให้ จ.พิษณุโลก เป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ โดยการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนในบางรายการ หรือลดระยะเวลาการเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามความเหมาะสม
สำหรับทางเลือกที่ 3 รัฐบาลประกาศสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลก ที่มีสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นพื้นที่ใจกลาง โครงการศูนย์พาณิชยกรรมและโลจิสติกส์บ้านบึงพระให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าในระดับภาค และโครงการเขตอุตสาหกรรมนวัตกรรมอาหารและเกษตรจังหวัดพิษณุโลก
ทั้งนี้ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) และองค์กรเครือข่ายจะยื่นข้อเสนอโดยตรงต่อรัฐบาล และเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาตามยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020 เขตเศรษฐกิจใหม่สี่แยกอินโดจีนในรูปแบบต่างๆ เพื่อพิจารณายุทธศาสตร์การพัฒนาและแผนงานโครงการ และให้ กรอ.จังหวัดพิษณุโลกนำเสนอแผนงานโครงการต่อคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.กลาง) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อพิจารณาต่อไป
“โดยการเสนอให้ จ.พิษณุโลก เป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ เพราะเห็นถึงศักยภาพของ จ.พิษณุโลก ที่เป็นศูนย์กลางของภาคเหนือตอนล่าง อีกทั้งยังสามารถเป็นศูนย์เศรษฐกิจการลงทุน ศูนย์บริการ ศูนย์กระจายสินค้า และศูนย์การท่องเที่ยวทางธรรมชาติในพื้นที่สี่แยกอินโดจีน เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งอยู่กลางสี่แยกอินโดจีน ที่สามารถเชื่อมโยงการค้าและเศรษฐกิจ” พล.อ.ดร.ศิริ กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้มีนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง โดยได้ประกาศอย่างแน่ชัดแล้วว่า ภายในปี 2563 พื้นที่ จ.พิษณุโลก จะเป็นที่ตั้งของศูนย์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ อันเป็นสถานีของรถไฟฟ้าความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และที่ตั้งสถานีขนส่งสินค้าของรถไฟทางคู่สายปากนํ้าโพ-เด่นชัย ซึ่งเห็นว่าการดำเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวของรัฐบาลมีผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมต่อ จ.พิษณุโลก เป็นอย่างมาก







