
โอกาสเครื่องสำอางไทย
ความสวยความงามเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนมาทุกยุคทุกสมัย จวบจนปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีเครื่องสำอางและครีมประทินผิวนานาชนิด
โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ EIC | Economic Intelligence Center
ความสวยความงามเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนมาทุกยุคทุกสมัย จวบจนปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีเครื่องสำอางและครีมประทินผิวนานาชนิดวางจำหน่ายเรียงรายอยู่ตั้งแต่บนห้างหรูจนถึงตลาดนัด ไล่เรียงไปตั้งแต่แบรนด์สุดหรู ชั้นนำจากต่างประเทศ แบรนด์สินค้าไทย รวมถึงแบรนด์เล็กๆ ของเด็กรุ่นใหม่ที่จำหน่ายกันในโซเชียลมีเดีย
ปัจจุบันเครื่องสำอางแบรนด์ไทยได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการขยายสาขาไปยังต่างประเทศ เช่น Thann และ Panpuri เห็นได้จากสัดส่วนการส่งออกสินค้าเครื่องสำอางและครีมประทินผิวไปยังต่างประเทศ เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอาเซียน คิดเป็น 45% ของมูลค่าส่งออกกว่า 9.5 หมื่นล้านบาท/ปี
ทั้งนี้ เครื่องสำอางแบรนด์ไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างมากเนื่องจากความเชื่อมั่นในคุณภาพ ประกอบกับการเข้าสู่สังคมคนเมือง ทำให้สินค้าประเภทนี้เป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะในเมียนมาและลาว ทั้งนี้ เมียนมาเป็นตลาดส่งออกที่สูงที่สุดในอาเซียน เนื่องจากมีสัดส่วนหนุ่มสาววัยแรงงานเป็นจำนวนมาก คิดเป็น 70% ของประชากรทั้งหมด อีกทั้งอานิสงส์จากการเปิดประเทศ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ จากการที่มีพรมแดนติดกับไทยจึงเอื้อให้เกิดการค้าขายโดยเฉพาะในแถบชายแดน
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ลาวเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงที่สุดในอาเซียนอยู่ที่ 29% ด้วยการมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับไทย ความชื่นชอบในสื่อโทรทัศน์วิทยุ และดารานักแสดงไทย จึงถือเป็นโอกาสให้เครื่องสำอางแบรนด์ไทยสามารถเข้าถึงประชากรลาวได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มแรงงานประชากรเมียนมาและลาวที่เคยเข้ามาทำงานในไทย คุ้นเคยกับเครื่องสำอางไทยเป็นอย่างดี คนกลุ่มนี้จึงมีพฤติกรรมที่จะถ่ายทอดสินค้าและพฤติกรรมการบริโภคไปสู่วงกว้าง
ด้านฟิลิปปินส์มีกระแสนิยมในการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกกึ่งสปา เนื่องจากกำลังพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงแพทย์ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ เป็นจำนวนมากถึงหลายพันเหรียญสหรัฐ ธุรกิจสปามีโอกาสจะขยายตัวมากขึ้นอันเนื่องจากกระแสรักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางออร์แกนิกจึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากไทยมีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องสำอางจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ
เครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่เป็นที่นิยม ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีวิธีการสร้างสรรค์มาจากเรื่องราว เช่น มาจากการถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านและมีส่วนผสมของสมุนไพรไทย เช่น ข้าว มังคุด ว่านหางจระเข้ และขมิ้นชัน เป็นส่วนประกอบ ซึ่งนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สบู่น้ำมันรำข้าว ครีมมะขาม แชมพูอัญชัน และ น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น
ทั้งนี้ เครื่องสำอางแบรนด์ไทยสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นแบรนด์ชั้นนำแนวหน้าได้เช่นเดียวกับเครื่องสำอางแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลี โดยชูจุดแข็งในแง่ของผลิตภัณฑ์ ที่มาจากธรรมชาติ ยกตัวอย่าง กระแสมาส์กเต้าหู้ของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศและโด่งดังมาถึงในเมืองไทย กลยุทธ์ของเครื่องสำอางแบรนด์ญี่ปุ่นคือการใช้วัตถุดิบที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยและเชื่อว่ามีประสิทธิภาพที่ดีอยู่แล้ว บวกกับการดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่น่ารักน่าใช้ จนเกิดการบอกต่อ
ฉะนั้น อีไอซีมองว่าถ้าหากจะทำให้เครื่องสำอางแบรนด์ไทยมีโอกาสเติบโตในต่างประเทศได้ เราควรใส่ใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ถูกจริตกับกลุ่มผู้บริโภค ทั้งในด้านของตัวผลิตภัณฑ์หลัก บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการทำการตลาด เพื่อสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศได้







