
เฟดดันเงินเอเชียแข็งค่า
เฟดเสียงแตกทิศทางขึ้นดอกเบี้ย ฉุดเหรียญสหรัฐอ่อนค่าสุดรอบปีครึ่ง ผู้ส่งออกเอเชียอ่วมค่าเงินต่อ
เฟดเสียงแตกทิศทางขึ้นดอกเบี้ย ฉุดเหรียญสหรัฐอ่อนค่าสุดรอบปีครึ่ง ผู้ส่งออกเอเชียอ่วมค่าเงินต่อ
รอยเตอร์สรายงานว่า เงินเยนของญี่ปุ่นปรับแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 17 เดือน เมื่อวันที่ 7 เม.ย. เช่นเดียวกับค่าเงินหลายสกุลในเอเชียที่แข็งค่าขึ้นถ้วนหน้า หลังมีการเปิดเผยบันทึกการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่าเฟดมีความกังวลมากขึ้นกว่าเดิมต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
อย่างไรก็ตาม จากบันทึกการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) วันที่ 15-16 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า แม้กรรมการส่วนหนึ่งจะต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่เดือน เม.ย. ทว่ากรรมการอีกหลายคนมีความกังวลมากขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง และเชื่อว่าเฟดอาจจะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ก่อนเดือน มิ.ย.นี้
ขณะเดียวกัน กรรมการหลายคนยังแสดงความกังวลด้วยว่า เฟดเหลือทางเลือกไม่มากนักในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่ระดับ 0.25-0.5% นั้น ใกล้แตะระดับ 0% อยู่แล้ว
ทั้งนี้ หลังการประชุมเมื่อเดือนที่ผ่านมา เอฟโอเอ็มซีส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ราว 2 ครั้ง แต่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจน
บันทึกการประชุมดังกล่าว ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงทันที 1% เมื่อเทียบกับเงินเยนมาอยู่ที่ 108.65 เยน/เหรียญสหรัฐ หรืออ่อนค่าลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2014 ตลอดทั้งปี 2016 นี้ เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่ารวมแล้ว 9.6% จากระดับ 120.30 เยน/เหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2015 แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะประกาศใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบที่โดยปกติแล้ว จะต้องฉุดให้เงินเยนอ่อนค่าลงก็ตาม
ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า บีโอเจพร้อมที่จะดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมอีกหากจำเป็น
ด้าน เฉิน ตันหยาง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน แถลงถึงผลการสำรวจความเห็นผู้ส่งออกจีนใน 20 มณฑลว่าบรรดาผู้ส่งออกแสดงความเป็นห่วงถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนที่ผันผวน ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และการเข้าถึงทุนที่ลำบากขึ้นว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการส่งออกของจีน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาคการส่งออกในปี 2016 นี้ จะปรับตัวดีขึ้นกว่าในปีที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์แสดงความเชื่อมั่นว่าการส่งออกของจีนจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในเดือน มี.ค.







