
ยุโรปไม่ปลอดภัย ก่อการร้ายรุกคืบเมืองหลวง
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
แม้จะมีรายงานว่า ประเทศเบลเยียมซึ่งเป็นศูนย์กลางของสหภาพยุโรป (อียู) ในฐานะที่ตั้งสำนักงานใหญ่หลายแห่งของอียู ได้เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นแล้ว เนื่องจากหวั่นจะตกเป็นเป้าล้างแค้นที่จับกุม ซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดในกรุงปารีส เมื่อปลายปีก่อน ทว่าเบลเยียมก็ประสบเหตุโจมตีในที่สุด
เหตุระเบิด 2 ครั้งเกิดขึ้นไล่เลี่ยกันในอาคารผู้โดยสารขาออกสนามบินซาเวนเทม กรุงบรัสเซลส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ราย และบาดเจ็บอีกราว 81 ราย ก่อนจะตามมาด้วยเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมัลบีค ใกล้กับศูนย์บัญชาการคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย และบาดเจ็บอีก 55 ราย
แม้เบื้องต้นจะยังไม่มีการเชื่อมโยงกลุ่มก่อการร้ายใดกับการก่อการร้าย แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เกิดการยิงขึ้นหลายนัดและมีการตะโกนเป็นภาษาอาระบิกในสนามบิน ในขณะที่ผู้สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) เปิดเผยข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดีย สรรเสริญการก่อเหตุดังกล่าว
ด้านประเทศในยุโรปต่างยกระดับการรักษาความปลอดภัย โดยฝรั่งเศสเข้มงวดความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น พร้อมประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการยกระดับการต่อสู้กับการก่อการร้ายทั่วยุโรป โดยก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสเผชิญการก่อการร้ายครั้งใหญ่เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 130 ราย ตามหลังเหตุการณ์ชาร์ลี เอ็บโด ต้นปี 2015 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 12 ราย
นายกรัฐมนตรี ชาร์ลส์ มิเชล ของเบลเยียม ประณามการก่อเหตุดังกล่าวเป็นการโจมตีที่ขลาดเขลา อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงการก่อการร้ายครั้งนี้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กรุงปารีส
“พวกเรากลัวการก่อการร้าย และมันก็เกิดขึ้นแล้ว” มิเชล กล่าว
ยุโรปไม่ปลอดภัยเครือข่ายก่อการร้ายแน่น
สำนักข่าวรัสเซีย ทูเดย์ ระบุว่า จากรายงาน 55 หน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสส่งให้กับกระทรวงมหาดไทยไปก่อนหน้านี้ พบว่ามีผู้ก่อการร้ายที่มีความสามารถก่อเหตุระเบิดพลีชีพได้ ยังลอยนวลอยู่ในยุโรปถึงราว 90 คน โดยสามารถใช้ระเบิดที่ประกอบขึ้นได้อย่างง่ายๆ ทว่ามีอานุภาพการทำลายอย่างรุนแรง
แบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ประกาศจะเพิ่มกำลังตำรวจอีก 1,600 นาย ตามแนวพรมแดนทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ และเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทั้งที่สนามบินชาร์ลส์ เดอ โกลล์
“ผู้ที่จะใช้ระบบขนส่งสาธารณะ จะต้องโชว์บัตรประชาชนหรือเอกสารแสดงตัวร่วมกับตั๋วปกติด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้ซึ่งเป็นการโจมตีหัวใจของยุโรป ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้าย” กาเซเนิฟ กล่าว
ด้านรัฐบาลเยอรมนี สั่งตรึงกำลังเข้มตามพื้นที่ชายแดนติดกับเบลเยียม ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก รวมถึงตามระบบขนส่งมวลชนทั้งสนามบินและรถไฟใต้ดิน แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ทว่า แดร์ สปีเกล รายงานว่า เยอรมนีก็มีแผนการรับมือกับเหตุฉุกเฉินจากการก่อการร้ายในประเทศใกล้เคียงเตรียมพร้อมไว้แล้ว
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงยุโรปได้เตือนมาตลอดหลายสัปดาห์ว่า อาจจะมีการก่อเหตุครั้งใหญ่เกิดขึ้นจากกลุ่มไอเอสที่กำลังเตรียมการก่อเหตุอีกครั้ง ขณะที่ ไดเดียร์ เรียนเดอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศเบลเยียม เปิดเผยว่า อับเดสลามสร้างเครือข่ายก่อการร้าย และสามารถเข้าถึงอาวุธได้หลากหลาย โดยเบลเยียมเป็นสถานที่ที่ผู้ก่อการร้ายวางแผนก่อเหตุในกรุงปารีส
เบรน เจนคินส์ ที่ปรึกษาอาวุโสให้กับแรนด์ คอร์ปอเรชั่น องค์กรคลังสมองสหรัฐ ระบุว่า การคัดกรองผู้ก่อการร้ายทั้งจากในบ้านและจากกลุ่มลัทธิสุดโต่งที่เดินทางกลับจากซีเรียยังขาดประสิทธิภาพ และการทลายเครือข่ายของยุโรปยังสู้สหรัฐไม่ได้ แม้จะจัดการกับไอเอสในซีเรียและอิรักได้ แต่บรรดานักรบก็จะลงใต้ดินและอาศัยเครือข่ายดังกล่าวก่อเหตุอยู่ดี โดยเฉพาะในยุโรป
ทั้งนี้ ยุโรปมีความพยายามจัดการกับการก่อการร้ายเพิ่มขึ้น เช่น ฝรั่งเศสใช้จ่ายเกือบ 1 ล้านยูโร/วัน (ราว 38 ล้านบาท/วัน) ยกระดับงบประมาณด้านการรักษาความปลอดภัยและจัดการกับการก่อการร้าย โดยขยายทั้งการตรวจตรา และโครงการเพื่อรับมือกับชาวมุสลิมรุ่นเยาว์ที่มีแนวคิดสุดโต่ง ในขณะที่เยอรมนีวางแผนจะเพิ่มงบประมาณทางการทหารอีก 1.3 แสนล้านยูโร (ราว 5 ล้านล้านบาท)







