จีนยันไม่ลดหยวนกระตุ้นส่งออก
จีนยันใช้นโยบายการเงินยืดหยุ่น ชี้หยวนมีเสถียรภาพ ด้านไอเอ็มเอฟร้องเอเชียกระตุ้นเศรษฐกิจโลก
จีนยันใช้นโยบายการเงินยืดหยุ่น ชี้หยวนมีเสถียรภาพ ด้านไอเอ็มเอฟร้องเอเชียกระตุ้นเศรษฐกิจโลก
โจวเสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ระบุว่า จีนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการกระตุ้นที่มากเกินไปเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินของจีนจะมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับกรณีเกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและทั่วโลก
“เราจะดำเนินนโยบายทางการเงินตามสถานการณ์ที่เป็นจริง ซึ่งหากเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจของประเทศและของโลก เราจะคงนโยบายการเงินแบบยืดหยุ่นเพื่อจัดการต่อภาวะช็อกทางเศรษฐกิจ”โจวเสี่ยวฉวน ระบุ
นอกจากนี้ ยังยืนยันด้วยว่า เงินสกุลหยวนฟื้นคืนสู่ระดับปกติและสมเหตุสมผลแล้ว และมีแนวโน้มที่ค่าเงินจะมีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมระบุว่า จีนจะไม่ลดค่าเงินหยวนเพื่อกระตุ้นการส่งออก เนื่องจากภาคการส่งออกของจีนยังมีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และไม่จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นใดๆ
ขณะที่ อี้กัง รองผู้ว่าการพีบีโอซีแสดงความมั่นใจว่าเศรษฐกิจจีนปี 2016 จะขยายตัวตามเป้าที่ 6.5-7% เนื่องจากภาคการผลิตเริ่มฟื้นตัว การยกระดับนวัตกรรม และแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนจะช่วยกระตุ้นภาคการบริโภค ซึ่งหากการปฏิรูปเศรษฐกิจประสบความสำเร็จ จีนก็ไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีก
ด้าน เสี่ยวหยาชิง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการดูแลและจัดการทรัพย์สินของรัฐ (เอสเอเอสเอซี) ระบุว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจจะไม่ก่อให้เกิดการปลดพนักงานจำนวนมากอย่างแน่นอน เนื่องจากรัฐบาลจะเน้นการควบรวมและปฏิรูปกิจการมากกว่าปล่อยให้ธุรกิจล้มละลาย
ขณะเดียวกัน คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เรียกร้องให้ประเทศในเอเชียมีบทบาทนำในการกระตุ้นเศรษฐกิจของโลก ด้วยการใช้นโยบายทางการเงิน การคลัง และการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อให้ระบบการเงินมีเสถียรภาพและเกิดการจ้างงานมากขึ้น เนื่องจากเอเชียถือเป็นภูมิภาคที่มีความเป็นพลวัตมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 40% ของเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ จีนควรปรับปรุงการจัดสรรสินเชื่อเพื่อสร้างสมดุลให้กับระบบเศรษฐกิจแทนการลงทุนที่สร้างหนี้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนญี่ปุ่นควรปฏิรูปตลาดแรงงานและบรรษัทภิบาลของประเทศ ในขณะที่อินเดียจำเป็นต้องพัฒนาตลาดสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนและโครงสร้างพื้นฐาน
นอกจากนี้ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น น้ำและไฟฟ้า อีกทั้งเอเชียควรเน้นการบูรณาการทางการค้ามากขึ้นด้วย
ภาพ...เอเอฟพี


