
โลกสะเทือนอีซีบีกระตุ้นสุดกำลัง
หุ้น-เงินยูโรผันผวนหนัก โพลชี้ญี่ปุ่นไม่ขึ้นดอกเบี้ยประชุม 14-15 มี.ค.นี้
หุ้น-เงินยูโรผันผวนหนัก โพลชี้ญี่ปุ่นไม่ขึ้นดอกเบี้ยประชุม 14-15 มี.ค.นี้
โพสต์ทูเดย์ - อีซีบีทุ่มสุดตัว ตลาดปั่นป่วนหนัก ชี้เข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนน้อยเกินไป โพลเผยญี่ปุ่นยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย มี.ค.นี้
รอยเตอร์ส รายงานว่า แม้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะเพิ่มมูลค่าการซื้อคืนพันธบัตรเป็นเดือนละ 8 หมื่นล้านยูโร (ราว 3 ล้านล้านบาท) จาก 6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.2 ล้านล้านบาท) และขยายการเข้าซื้อพันธบัตรไปสู่หุ้นกู้ของภาคเอกชนที่ไม่ใช่ธนาคาร แต่นโยบายดังกล่าวไม่ได้ระบุจะมีการเข้าซื้อหุ้นกู้ในภาคส่วนดังกล่าวเท่าไร
ทันกาย เล ซอท หัวหน้าฝ่ายพันธบัตรและหุ้นกู้ยุโรป จากไพโอเนียร์ อินเวสต์เมนต์ คาดการณ์ว่า น่าจะอยู่ที่ราว 5,000 ล้านยูโร (ราว 1.91 แสนล้านบาท) เท่านั้น
หลังอีซีบีประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งดอกเบี้ยเงินฝาก เงินกู้ระยะกลาง (MLF) และรีไฟแนนซ์ รวมทั้งขยายการเข้าซื้อพันธบัตร ตลาดหุ้นยุโรปผันผวน เช่น ดัชนีแด็กซ์ของเยอรมนีปรับขึ้น 2.4% ก่อนปิดตลาดร่วง 2.31% เมื่อวันที่ 10 มี.ค. และเปิดตลาด 11 มี.ค. ดีดตัวแรง 1.98% เช่นเดียวกับค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลง 1.2% เทียบเหรียญสหรัฐ หลังอีซีบีประกาศนโยบายก่อนแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์
หลังค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ปรับค่ากลางเงินหยวนประจำวันที่ 11 มี.ค.ให้แข็งค่าขึ้น 0.34% เป็น 6.4905 หยวน/เหรียญสหรัฐ แข็งค่าที่สุดในรอบ 4 เดือน
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำงวดส่งมอบทันทีปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% เป็น 1,284.64 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2015 และซื้อขายอยู่ที่ 1,269.10 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เมื่อเวลา 15.19 น. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา
ด้านบลูมเบิร์กเปิดเผยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 40 คน พบว่า 90% คาดการณ์ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ แต่คาดการณ์จะปรับลดภายในเดือน ก.ค. โดยบีโอเจต้องศึกษาผลกระทบจากการใช้ดอกเบี้ยติดลบเสียก่อน และการใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบเป็นเครื่องมือสำคัญของบีโอเจ
ในขณะที่ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ยังพบด้วยว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือน เม.ย.นี้ และคาดการณ์ว่าจะมีการระบุถึงสภาพการณ์ของตลาดในแถลงการณ์การประชุมวันที่ 15-16 มี.ค.นี้
ด้านธนาคารกลางอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า จะจับตานโยบายที่มีผลกับอัตราแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่นและจีนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกังวลสงครามค่าเงิน พร้อมยืนยันจะไม่ร่วมสงครามค่าเงินด้วยการอ่อนค่าเงินรูเปียห์ และควรจะจำกัดการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่สร้างความเสี่ยงให้เกิดหนี้เสีย







