posttoday
ส่งออกจีนดิ่งสุดรอบ 7 ปี สะท้อนแรงซื้อโลกหด

ส่งออกจีนดิ่งสุดรอบ 7 ปี สะท้อนแรงซื้อโลกหด

09 มีนาคม 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

การส่งออกจีนในรูปแบบสกุลเหรียญสหรัฐ เดือน ก.พ. ปรับลง 25.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งลงแรงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2009 โดยการส่งออกไปยังคู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐ เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วงมากกว่า 20% ขณะที่การนำเข้าปรับลงอีก 13.8% ติดต่อกัน 16 เดือน ส่งผลให้การค้าเกินดุลอยู่ที่ 3.26 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.15 ล้านล้านบาท) ท้าทายความสามารถจีนในการคงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

เฟรเดอริก นิวมานน์ ผู้บริหารร่วมส่วนวิจัยเศรษฐกิจเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยว่า การส่งออกจีนที่ร่วงลง แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อโลกที่ชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน โดยการปรับตัวร่วงลงนั้นมากเกินกว่าที่จะเป็นผลจากการปิดโรงงานช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนยาว 1 สัปดาห์ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว

ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคญี่ปุ่นเดือน ม.ค. ร่วงลง 2.4 จุด เป็น 40.1 จุด ร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2013 และต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2015 สะท้อนการบริโภคในญี่ปุ่นที่ย่ำแย่ แม้รัฐบาลและธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะพยายามฟื้นแรงซื้อในประเทศก็ตาม

น้ำมันขึ้นจีนจ่อนำเข้าน้อยลง

การนำเข้าน้ำมันของจีนเดือน ก.พ. ขึ้น 19% จากเดือน ม.ค. เป็น 31.8 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 8.04 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่มากที่สุดทำสถิติ หลังช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลงไปต่ำกว่า 28 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2003 ประกอบกับรัฐบาลจีนไม่ปรับลดราคาน้ำมันค้าปลีกในประเทศ จึงมีการนำเข้าเพื่อขายในประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับขึ้นมากสุด 1.6% ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของปี 2016 เหนือ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนปรับลงมาอยู่ที่ 40.42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาท้องถิ่นไทย ในขณะที่น้ำมันไนเม็กซ์อยู่ที่ 37.51 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยเป็นผลมาจากการผลิตของสหรัฐที่ลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 6 และนโยบายคงกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย กาตาร์ และเวเนซุเอลา

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวภายในโรงกลั่นจีน ว่า การนำเข้าน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงแล้ว ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 10 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อน้ำมัน

กูรูชี้โภคภัณฑ์ฟื้นแค่ชั่วคราว

นอกจากน้ำมันที่ราคาสูงขึ้นแล้ว ผลสำรวจนักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก 9 ใน 13 คน คาดการณ์ราคาน้ำมันปาล์มจะสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2016 และจะแตะ 2,700 ริงกิต ภายในวันที่ 30 มิ.ย. จากราคาปัจจุบันที่ราว 2,547 ริงกิต เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา จากผลผลิตที่ปรับตัวลงจากปรากฏเอลนินโญที่ก่อความแห้งแล้งในผู้ผลิตหลักอย่างไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ขณะที่ความต้องการน้ำมันปาล์มสำหรับไบโอดีเซลในอินโดนีเซียเพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ราคาแร่เหล็กพุ่งขึ้น 19% เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา แตะสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. หลังจากจีนให้สัญญาณจะลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มที่ความต้องการจะปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บรรดานักลงทุนรวมถึงซิตี้กรุ๊ป คาดการณ์ว่า ราคาแร่เหล็กที่ขึ้นเป็นเพียงชั่วคราว เนื่องจากทั้งผลผลิตและแรงซื้อยังคงชะลอตัว

สอดคล้องกับ เจฟฟรีย์ เคอร์รีย์ หัวหน้านักวิจัยด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป วาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐ เปิดเผยว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวขึ้นในตอนนี้จะเรียกให้ผลผลิตออกเข้าสู่ตลาดมากขึ้นอีก ส่งผลให้ยากต่อการมีเสถียรภาพด้านราคา

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่