
'ยันม่าร์'ลุย ซีแอลเอ็มวี ดันยอดขาย
ยันม่าร์ เร่งบุกซีแอลเอ็มวี หนุนสมาร์ทฟาร์มเมอร์สร้างโอกาสยุคอาเซียน
ยันม่าร์ เร่งบุกซีแอลเอ็มวี หนุนสมาร์ทฟาร์มเมอร์สร้างโอกาสยุคอาเซียน
นายธานัท โฆวัฒนวินฑะ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายเร่งขยายตลาดเครื่องจักรเกษตรกรรมในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม หรือซีแอลเอ็มวี เนื่องจากการทำเกษตรกรรมใกล้เคียงกับไทย ประกอบกับบางประเทศยังอาศัยปศุสัตว์ในการประกอบอาชีพเป็นหลัก จึงเป็นโอกาสที่เครื่องจักรเกษตรกรรมจะขยายตัวได้อีกมาก โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าส่งออกไปยังประเทศเวียดนามและกัมพูชาเป็นหลัก
“อยากให้เกษตรกรแต่ละประเทศก้าวไปสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์มากขึ้น ใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาคุณภาพการผลิตและการจำหน่าย ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งไทยมีความได้เปรียบมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน” นายธานัท กล่าว
สำหรับประเทศไทย แนวโน้มการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทฟาร์มเมอร์มีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนคลัสเตอร์การเกษตร เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์เกษตรในประเทศไทย ให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ ตลาดรถแทรกเตอร์โดยรวมของไทยในปีที่ผ่านมาชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ และปัญหาภัยแล้ง ส่งผลต่อกำลังซื้อของเกษตรกร ทำให้การเติบโตของตลาดโดยรวมลดลง 10% โดยยันม่าร์มีผลประกอบการอยู่ที่ 5,200 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 70% ตลาดต่างประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เวียดนาม ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ อีก 30% และในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตอยู่ที่ 30% หรือคิดเป็นมูลค่า 7,000 ล้านบาท







