
ภาพนี้ต้องขยาย
พูดถึงนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ของอิตาลีแล้ว... ก็ต้องถือว่าเขาคือผู้นำที่ตกเป็นเหยื่อขาเมาท์เสมอ ไม่ว่าจะขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวทำอะไร
พูดถึงนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ของอิตาลีแล้ว... ก็ต้องถือว่าเขาคือผู้นำที่ตกเป็นเหยื่อขาเมาท์เสมอ ไม่ว่าจะขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวทำอะไร
ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่คราวนี้ไม่ได้มาเดี่ยว เขาควงผู้นำรัสเซีย ประธานาธิบดี ดิมิทรี เมดเวเดฟ ที่เดินทางเยือนอิตาลีในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ร่วมตกเป็นเป้าด้วยอย่างจัง
จะไม่ให้เมาท์ได้ไง ก็เล่นทำอะไรนอกลู่นอกทาง ชนิดที่ขาเมาท์บ้านเราต้องเรียกว่า ผู้นำสองมาตรฐานชัดๆ... อิอิอิ
เหตุก็เกิดเมื่อมีภาพทั้งคู่กำลังยืนยิ้มร่า ถ่ายรูปหน้าภาพเดอะลาสต์ ซัปเปอร์ ผลงานชิ้นเอกของลีโอนาร์โด ดาวินซี ซึ่งอยู่ที่ผนังของวิหารซานตามาเรียเดลเลกราซี ในกรุงมิลาน โดยไม่สนใจกฎข้อบังคับที่ระบุว่า ห้ามถ่ายรูปหน้าภาพดังกล่าว
ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลปะพร่ำบอกเสมอว่า แสงแฟลชจากการถ่ายภาพจะเหมือนศัตรูตัวร้ายที่จะสร้างผลกระทบที่รุนแรงต่อภาพเขียนอายุหลายศตวรรษ
แต่ผู้นำทั้งสองกลับไม่แยแสต่อข้อห้าม ใช้เวลายืนโพสท่าถ่ายภาพอยู่ด้านหน้าภาพดังกล่าวหลายนาทีด้วยกัน
จะว่าไม่เคยมา ไม่รู้กฎ ล่ะก็คงไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะที่พิพิธภัณฑ์ก็เขียนป้ายห้ามดังกล่าวมีหลายภาษา และระบุถึงกฎเหล็กดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน
อัลเบอร์โต อาร์ติโอลี ผู้ดูแลภาพเขียนดังกล่าวออกมาเผยว่า ประธานาธิบดีรัสเซียต้องการที่จะถ่ายภาพไว้สักภาพเพื่อเป็นสิ่งที่ระลึกถึงการได้เข้าชมภาพเขียนดังระดับโลก
“ผมอนุญาตให้ช่างภาพ 3 คนเข้าไปถ่ายภาพ เป็นความรับผิดชอบของผม เป็นการตัดสินใจของผมเอง ผมให้สิทธิพวกเขาเข้าไป เพราะผมไม่เห็นว่าจะมีความเสียหายตรงไหน... แสงแฟลชเป็นอันตรายและสร้างความเสียหายต่องานศิลปะ แต่ในกรณีนี้มันก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น” อาร์ติโอลี กล่าว
คาดว่าผู้นำทั้งสองต้องระลึกถึงการพบกันในครั้งนี้ไปอีกนานเท่านาน เพราะตอนนี้ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลปะและใครต่อใครก็เริ่มวิจารณ์ภาพถ่ายของทั้งคู่แล้ว..







