
โสมแดงสั่งปิดนิคมร่วม
เกาหลีเหนือสั่งธุรกิจเกาหลีใต้ออกจากพื้นที่ พร้อมยึดทรัพย์ ด้านสหรัฐผ่านกฎหมายคว่ำบาตรการเงิน
เกาหลีเหนือสั่งธุรกิจเกาหลีใต้ออกจากพื้นที่ พร้อมยึดทรัพย์ ด้านสหรัฐผ่านกฎหมายคว่ำบาตรการเงิน
สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานอ้างประกาศของคณะกรรมการการรวมประเทศอย่างสันติเกาหลีเหนือ ระบุว่า การที่เกาหลีใต้ระงับโครงการในนิคมอุตสาหกรรมร่วมพิเศษแกซองถือเป็นการประกาศสงคราม พร้อมสั่งให้ผู้ประกอบการจากเกาหลีใต้ทั้งหมดออกจากพื้นที่ทันที และจะเข้ายึดทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ในเขตแกซอง
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกาหลีใต้ออกแถลงระงับโครงการนิคมอุตสาหกรรมร่วมพิเศษแกซองกับเกาหลีเหนือ เพื่อไม่ให้เกาหลีเหนือนำรายได้จากนิคมไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธและนิวเคลียร์ โดยนิคมอุตสาหกรรมร่วมนี้ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนของทั้งสองประเทศ
สำหรับเขตนิคมอุตสาหกรรมแกซองสร้างงานถึง 5.4 หมื่นตำแหน่ง โดยรัฐมนตรีรวมชาติเกาหลีใต้ ระบุว่า เกาหลีเหนือมีรายได้เพิ่มกว่า 6.16 แสนล้านวอน (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) ตั้งแต่การก่อตั้งปี 2004
ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ ซึ่งมีผลให้สามารถลงโทษพลเมืองและสถาบันการเงินของสหรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการเผยแพร่พลังงานนิวเคลียร์ การลักลอบค้าอาวุธ และนำเข้าสินค้าจากเกาหลีเหนือ มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการค้าวัตถุดิบและซอฟต์แวร์ต่างๆ โดยเงื่อนไขเหล่านี้อาจกระทบถึงบริษัทของจีนหลายแห่งที่เป็นคู่ค้ารายสำคัญของเกาหลีเหนือ
ริชาร์ด ฟิชเชอร์ รองประธานศูนย์ประเมินและยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ ระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินใดๆ ของสหรัฐไม่ได้ผล และไม่สามารถยับยั้งการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้ ตราบใดที่จีนไม่เข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว เนื่องจากจีนถือเป็นประเทศหลักที่สนับสนุนการเงินแก่เกาหลีเหนือ ทั้งการค้าอาวุธและค้าขายสินค้าร่วมกันผ่านธนาคารหลายแห่งในจีน
นอกจากนี้ นิวยอร์กไทมส์รายงานอ้างนักวิเคราะห์จากสถาบันนโยบายจีนของมหาวิทยาลัยอาจู เกาหลีใต้ ว่า การปล่อยจรวดดาวเทียมของเกาหลีเหนือสั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีใต้ด้วย เนื่องจากจีนไม่พอใจที่เกาหลีใต้ร่วมมือกับสหรัฐติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ รวมทั้งประจำการทหารสหรัฐในเกาหลีใต้ ขณะที่ผู้นำเกาหลีใต้แสดงความผิดหวังกับท่าทีของจีนต่อกรณีเกาหลีเหนือ







