posttoday
น้ำมันฉุดหุ้นต่ำสุด 2 ปีครึ่ง ทุนไหลออกทุบ 26 ล้านล้าน

น้ำมันฉุดหุ้นต่ำสุด 2 ปีครึ่ง ทุนไหลออกทุบ 26 ล้านล้าน

21 มกราคม 2559

ราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนักส่งผลให้นักลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียเทขายอย่างหนัก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

รอยเตอร์สรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ตลาดไนเมกซ์ สหรัฐ ร่วงลงถึงกว่า 4% ระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ลงไปแตะระดับ 27.32 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ร่วงลงไปแตะ 27.77 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ใกล้เคียงระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปีของวันก่อนหน้า หลังสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เตือนโลกกำลังจมน้ำมันที่ล้นตลาดจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับความต้องการที่ลดลง

ราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างหนักส่งผลให้นักลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียเทขายอย่างหนัก ดัชนีเอ็มเอสซีไอ ตลาดเอเชียแปซิฟิกร่วงลง 2.6% ระหว่างการซื้อขายก่อนจะปิดลบ 1.3% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2013 รวมทั้งปี 2016 ลดลงแล้ว 9.9% หรือลดลงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2009 ขณะที่ดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบ 3.71% ลดลงต่อเนื่อง 2 สัปดาห์รวม 20% หรือเข้าสู่ภาวะตลาดหมีในเชิงเทคนิคแล้ว ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งตลาดฮ่องกงปิดลบ 3.82% 

ด้านเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 116.10 เยน/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 1 ปี เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ส่งผลให้บรรดานักลงทุนหันครอบครองเงินเยน ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

สวนทางกับค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียที่อ่อนค่าลงอย่างหนักสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 87.67 รูเบิ้ล/ยูโร ซึ่งเป็นผลกระทบจากราคาน้ำมัน รวมถึงตลาดเอเชียและยุโรปที่ผันผวนระลอกใหม่

ทุนไหลออกทุบ 26 ล้านล้าน

บลูมเบิร์กรายงานอ้างสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) ว่า ในปี 2015 ที่ผ่านมา กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เผชิญภาวะทุนไหลออกรวมแล้วถึง 7.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 26 ล้านล้านบาท) หรือเป็นภาวะทุนไหลออกที่เลวร้ายที่สุดในรอบอย่างน้อย 15 ปี และมากกว่าปริมาณในปี 2014 ถึงเกือบ 7 เท่า

ทั้งนี้ จีนเป็นประเทศที่เผชิญภาวะทุนไหลออกมากที่สุดถึง 6.76 แสนล้านบาท (ราว 24.5 ล้านล้านบาท) และคาดว่าจะมีทุนไหลออกต่อเนื่องจากจีนในปีนี้อีก 3.48 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 12.6 ล้านล้านบาท)

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นกลุ่มประเทสตลาดเกิดใหม่ยังมีการซื้อขายซบเซาที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2009 ท่ามกลางค่าเงิน 20 สกุลเงินสำคัญ ที่ร่วงลงต่ำสุดทุบสถิติเช่นกัน โดยตั้งแต่ต้นปีนี้ตลาดหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่สุด 31 แห่ง มีมูลค่าลดลงถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 72.6 ล้านล้านบาท)

ซาอุฯ ย้ำไม่ได้กดดัน อิหร่าน

อเดล อัล-จูเบอีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอาระเบีย ย้ำว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอย่างหนักเป็นผลมาจากปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาด สวนทางกับความต้องการน้ำมันที่ลดลง ไม่ได้เป็นแผนการของซาอุดิอาระเบียที่ทำให้ราคาน้ำมันถูกลงเพื่อทำร้ายศัตรูคู่แค้นอย่างอิหร่าน

“โลกควรกลับไปเรียนรู้ทฤษฎีของอดัม สมิธ นักเศรษฐศาสตร์คลาสสิกเจ้าของทฤษฎีอุปสงค์และอุปทาน และหลักการทางเศรษฐศาสตร์ขั้นพื้นฐานเสียใหม่ โดยเฉพาะเรื่องความต้องการขายและความต้องการซื้อ” อัล-จูเบอีร์ ระบุ

รัฐมนตรีคนดังกล่าวยังย้ำด้วยว่า ซาอุดิอาระเบียปล่อยให้กลไกตลาดเป็นผู้กำหนดราคาน้ำมันในจุดที่เหมาะสม ราคาน้ำมันในปัจจุบันเป็นผลลัพธ์ของกลไกตลาด

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่า ท่าทีของซาอุดิอาระเบียมีแรงจูงใจจากความขัดแย้งด้านภูมิศาสตร์การเมือง ซึ่งเป็นความต้องการทำร้ายอิหร่าน ชาติมหาอำนาจในตะวันออกกลางคู่แข่งรายสำคัญของซาอุดิอาระเบีย หลังก่อนหน้านี้ซาอุดิอาระเบียประหารชีวิตนักโทษ 47 คน ในข้อหาก่อการร้ายรวมทั้ง ชีค นีมร์ อัล-นีมร์ นักการศาสนาชั้นสูงของนิกายชีอะห์นิกายหลักในอิหร่าน และประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน

ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ธนาคารกลางของซาอุดิอาระเบีย (เอสเอเอ็มเอ) ประกาศห้ามธนาคารในประเทศขายตราสารอนุพันธ์ประเภทสัญญาออปชั่นในค่าเงินริยาล เพื่อลดการเก็งกำไรจากการอ่อนค่าของค่าเงิน

ในเดือน ม.ค.มีการซื้อขายสัญญาออปชั่นในค่าเงินริยาลแตะระดับสูงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 1996 โดยขณะนี้เอสเอเอ็มเอตรึงค่าเงินริยาลไว้ที่ 3.75 ริยาล/เหรียญสหรัฐ

ด้านอิหร่านประกาศปรับลดราคาน้ำมันที่ส่งออกไปยังยุโรป และปรับขึ้นราคาน้ำมันที่ส่งออกไปยังเอเชีย โดยจะเริ่มบังคับใช้ในเดือน ก.พ. ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการเดียวกับที่ซาอุดิอาระเบียเคยใช้ก่อนหน้านี้

แม้ซาอุดิอาระเบียจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำ เนื่องด้วยเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอันดับ 1 ของโลก ทว่าล่าสุดอังกฤษและซาอุดิอาระเบียบรรลุข้อตกลงซื้อขายระเบิดมูลค่ากว่า 1,000 ล้านยูโร (ราว 3.994 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการซื้อขายเมื่อ 3 เดือนก่อนที่ 9 ล้านยูโร (ราว 354 ล้านบาท)

ซีอีโอไม่เชื่อเศรษฐกิจฟื้น

ผลสำรวจของไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (พีดับเบิ้ลยูซี) บริษัทตรวจสอบบัญชีขนาดใหญ่ พบว่าบรรดาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) มีมุมมองในแง่ลบต่อเศรษฐกิจโลก โดย 27% เชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2016 ลดลงจากปีก่อนที่ 37% ขณะที่ 23% เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะแย่ลงกว่าเดิม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 17%

ปัจจัยหลักที่ทำให้ความเชื่อมั่นของซีอีโอลดลง ได้แก่ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลง และความกังวลด้านความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์การเมืองในตะวันออกกลางและคาบสมุทรเกาหลีที่เพิ่มขึ้น

2 ใน 3 ของซีอีโอ ระบุว่า ขณะนี้บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่มากกว่าที่เคยเผชิญเมื่อ 3 ปีก่อนหน้า โดย 79% ชี้ว่ากฎระเบียบที่เข้มงวดคือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดต่อการขยายตัวทางธุรกิจ ตามมาด้วย 74% มองว่าปัญหาด้านภูมิศาสตร์การเมืองเป็นปัญหาใหญ่ และ 73% เชื่อว่าความผันผวนในตลาดค่าเงินคือความเสี่ยงหลัก

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี