posttoday
จีนอัด 3.3 ล้านล.กู้ศก. IMF หั่นจีดีพีโลก-อาเซียน

จีนอัด 3.3 ล้านล.กู้ศก. IMF หั่นจีดีพีโลก-อาเซียน

20 มกราคม 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ภายหลังจากที่จีนเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจปี 2015 ขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี ล่าสุด ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ออกแถลงการณ์ระบุว่า จะอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงิน 6 แสนล้านหยวน (ราว 3.3 ล้านล้านบาท) ผ่าน 3 กลไกการเงินสำคัญของจีน คือ กลไกการกู้ยืมระยะกลาง (MLF) กลไกธุรกรรมให้กู้ยืมสภาพคล่อง ณ สิ้นวัน (SLF) และกลไกการปล่อยกู้เพิ่มเติม (PSL) เพื่อลดความตึงเครียดด้านสภาพคล่องรับเทศกาลตรุษจีน

พีบีโอซี ระบุด้วยว่า จะลดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลเอฟลงมาอยู่ที่ 2.75% จากเดิมที่ระดับ 3.25%

ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 2015 อยู่ที่ 6.8% ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี และจีดีพีตลอดปี 2015 อยู่ที่ 6.9% ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี และลดลงจากปี 2014 ที่ 7.3% ส่งสัญญาณถึงสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่

ส่วนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเหล็กจีน ที่มีการผลิตเหล็กมากที่สุดในโลกในปี 2015 ปรับตัวลง 2.3% อยู่ที่ 803.889 ล้านเมตริกตัน ลดลงครั้งแรกในรอบ 24 ปี จากแรงซื้อในประเทศหดตัว ราคาตกต่ำ และสินค้าล้นสต๊อก

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างเจ้าหน้าที่จีนว่า รัฐบาลจีนเตรียมใช้งบประมาณขาดดุลเพิ่มในปีนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

เฮบิน จู นักเศรษฐศาสตร์
ของธนาคารเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค ระบุว่า การใช้งบประมาณขาดดุลเพิ่มของรัฐบาล ก่อให้เกิดการตั้งคำถามว่า นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่มีเสถียรภาพหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่

นอกจากนี้ ภาคการส่งออกยังได้รับผลกระทบจากแรงซื้อในประเทศพัฒนาแล้วหดตัว และหนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้นก็เป็นข้อจำกัดสำคัญต่อนโยบายดังกล่าว โดยพบว่าผลกำไรของรัฐวิสาหกิจจีนลดลง 9.5% ขณะที่หนี้รัฐบาลเพิ่มขึ้น 18.2%

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐบาลเร่งฟื้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจระยะสั้นให้มีเสถียรภาพ ขณะที่นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง กล่าวในประเด็นแรงกดดันทางเศรษฐกิจช่วงขาลงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบจากแรงซื้อโลกที่หดตัว

บรรดานักเศรษฐศาสตร์รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนบางราย คาดการณ์ว่า ปี 2016 จะเป็นปีที่ค่อนข้างโหดสำหรับเศรษฐกิจจีน เนื่องจากหนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินความต้องการ อีกทั้งตลาดหุ้นจีนก็ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีนักเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องมือที่รัฐบาลเคยใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นการใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐาน การปล่อยสินเชื่อง่าย และเน้นการส่งออก กลับไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ

ตัวเลขดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามตามมาถึงความน่าเชื่อถือของตัวเลขเศรษฐกิจจีน และเพิ่มความกังวลว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะอยู่ในระดับต่ำกว่าที่รัฐบาลเคยกล่าวไว้ก่อนหน้า นอกจากนี้ยังรวมไปถึงความกังวลในราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกช่วงต้นปี

ขณะเดียวกัน พีบีโอซีปรับค่ากลางเงินหยวนใหม่ที่ 6.5590 หยวน/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 19 ม.ค. แข็งค่าขึ้นกว่าเดิมที่ 6.5596 หยวน/เหรียญสหรัฐ

ไอเอ็มเอฟเตือน 2016 แย่

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดคาดการณ์ภาพรวมการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกปี 2016 ลง 0.2% จาก 3.6% เหลือ 3.4% ปี 2017 ลดลง 0.2% จาก 3.8% เป็น 3.6% เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ย่ำแย่ ปัญหาการเมือง ราคาน้ำมันตกต่ำ และเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่า

เมาไรส์ ออบส์ตเฟล นักเศรษฐศาสตร์ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ปี 2016-2017 ถือเป็นปีที่ท้าทายเศรษฐกิจโลกอย่างมาก และผู้กำหนดนโยบายควรพิจารณาการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและยาว โดยประเทศพัฒนาแล้วจะฟื้นตัวระดับปานกลาง ส่วนตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญกับเศรษฐกิจชะลอตัว

ความเสี่ยงภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในช่วงขาลง โดยโลกต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่ 1.เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ชะลอตัว 2.จีนเปลี่ยนไปใช้ภาคการบริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการส่งออกและการผลิต และ 3.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากเศรษฐกิจโลกไม่สามารถรับมือกับปัญหา 3 ประเด็นดังกล่าวได้ อาจเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจตามมา

ขณะที่คาดการณ์เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาลดลงจาก 4.5% เป็น4.3% ส่วนคาดการณ์ขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนยังอยู่ในระดับเดิมที่ 6.3% แต่เศรษฐกิจยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง

สำหรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐลดลงจาก 2.8% เหลือ 2.6% เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่ากระทบต่อภาคการผลิต ราคาน้ำมันตกต่ำ และการลงทุนปรับตัวลง พร้อมระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวในระดับปานกลาง

ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟยังเน้นย้ำประเทศที่พัฒนาแล้วให้ปรับลดการใช้มาตรการทางการเงิน โดยเน้นการใช้จ่ายภาครัฐและการปฏิรูปโครงสร้างแทน ส่วนผู้กำหนดนโยบายในตลาดเกิดใหม่จำเป็นต้องเร่งฟื้นเศรษฐกิจเพื่อเตรียมรับมือภาวะช็อกทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69