
มูดี้ส์ลดเครดิตมาเลเซีย
ปัจจัยนอกกดดัน-การเงินอ่อนแอ ฉุดแนวโน้มเครดิตมาเลเซียร่วง
ปัจจัยนอกกดดัน-การเงินอ่อนแอ ฉุดแนวโน้มเครดิตมาเลเซียร่วง
มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง ประกาศลดแนวโน้มอันดับเครดิตของมาเลเซียลงจากเชิงบวก มาเป็นมีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่กระทบต่อรายได้ของรัฐบาล แม้นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย จะพยายามพัฒนาระบบการเงินของประเทศก็ตาม ทว่ามูดี้ส์ยังคงอันดับเครดิตประเทศที่ A3 เช่นเดิม
มูดี้ส์ ระบุว่า นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2013 ที่ได้ปรับขึ้นมุมมองเป็นเชิงบวก รัฐบาลก็พยายามพัฒนาระบบการเงิน ลดการอุดหนุนราคาพลังงาน รวมถึงปรับปรุงระบบจัดเก็บภาษีสินค้าและบริการด้วย แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหางบดุล ที่ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกด้วย ส่งผลให้เกิดภาวะทุนไหลออก ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลง ค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลงอย่างหนัก และทุนสำรองระหว่างประเทศลดลง
ในปี 2015 เศรษฐกิจมาเลเซียเผชิญปัญหาโครงสร้างภายในที่อ่อนแอ ทั้งปัญหาทางการเมือง และราคาน้ำมันโลกที่ลดลง รวมทั้งการเทขายสินทรัพย์ในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ทำให้ค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลง 19% ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี
ด้านสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ระบุว่า ในปี 2016 หลายประเทศอาจถูกลดแนวโน้มอันดับเครดิต โดยสัดส่วนของประเทศที่อาจถูกลดระดับต่อประเทศที่ถูกปรับเพิ่มอยู่ที่ 3 ต่อ 1 ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังลดลงอยู่ที่ -17 จากที่เคยขึ้นไปสูงสุดอยู่ที่ -4 เมื่อ มิ.ย. 2015
ทั้งนี้ แนวโน้มเครดิตประเทศทั่วโลกที่ถูกลดลงมากกว่าปรับขึ้น นับเป็นทิศทางรวมในภาพลบครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ภาคการเงินปี 2008
ขณะที่เว็บไซต์บลูมเบิร์ก เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ ระบุว่า หลายประเทศอาจเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2016 โดย เวเนซุเอลา บราซิล กรีซ และรัสเซีย มีแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอยมากที่สุด ส่วนจีนมีโอกาสถดถอย 12% จากคาดการณ์จีดีพีเติบโตที่ 6.5% และไต้หวันมีแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอยถึง 55% จากคาดการณ์เติบโตที่ 2%
ส่วนในอาเซียนนั้น ไทยและฟิลิปปินส์มีโอกาสถดถอย 5% จากคาดการณ์จีดีพีเติบโตที่ 3.2% และ 6% ตามลำดับ ส่วนมาเลเซียและอินโดนีเซีย มีโอกาส 10%







