
2016 แย่ เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีโลก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงจากคาดการณ์เดิมเดือน มิ.ย. 2015 ที่ 3.3% เหลือ 2.9% แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2015 ที่ขยายตัว 2.6% แต่การปรับลดคาดการณ์ดังกล่าว ก็แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ลง จากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในตลาดเกิดใหม่
เวิลด์แบงก์คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเกิดใหม่จะอยู่ที่ 4.8% น้อยกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนที่อยู่สูงถึง 5.4% นำโดยจีนที่จะขยายตัวอยู่ที่ 6.7% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 ในขณะที่รัสเซียและบราซิลคาดว่าจะยังคงอยู่ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่องในปี 2016 นี้
ด้าน จิมยองคิม ประธานเวิลด์แบงก์ ระบุว่า ประเทศกำลังพัฒนาควรสร้างความพร้อมในการรับมือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และคุ้มครองกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ โดยควรปฏิรูปและมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อสร้างบรรยากาศในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะทดแทนผลกระทบจากการชะลอตัวของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้
นอกจากนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ การค้าและเงินทุนหมุนเวียนน้อยลง ประกอบกับความผันผวนของตลาดการเงิน ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลก
เวิลด์แบงก์ ระบุว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศรายได้สูง เสถียรภาพของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และจีนต้องสามารถเปลี่ยนผ่านไปพึ่งพิงการเติบโตจากการบริโภคและภาคบริการได้สำเร็จ
ศก.ยักษ์ใหญ่ไม่ฟื้น
เวิลด์แบงก์ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐลงจาก 2.9% เหลือ 2.7% จากการคาดการณ์เดิมสำหรับปี 2016 นี้ เช่นเดียวกับยุโรปที่ปรับลงจาก 1.8% เป็น 1.7% ในขณะที่ญี่ปุ่นปรับลงจากคาดการณ์เดิมในเดือน มิ.ย. 2015 ที่ 1.7% เหลือ 1.3%
ธนาคารโลก ระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐและยุโรป ยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อีกด้วย เนื่องจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นภายหลังการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของสหรัฐ เช่นเดียวกับยุโรปและญี่ปุ่น
รวมถึงการแข็งค่าขึ้นของเหรียญสหรัฐยังส่งผลให้ความสามารถชำระหนี้น้อยลง และจะกลายเป็นปัญหาหลักต่อเศรษฐกิจในที่สุด ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น โดยที่ผ่านมาบรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างคาดการณ์การผิดนัดชำระหนี้ของภาคเอกชนและการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการขยายตัวของเศรษฐกิจ
โซรอสลั่นซ้ำวิกฤต 2008
จอร์จ โซรอส ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชื่อดังในสหรัฐ เปิดเผยว่า ตลาดโลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ เนื่องจากการชะลอตัวจากเศรษฐกิจจีนที่ยังดิ้นรนหารูปแบบการขยายตัวทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ประกอบกับการอ่อนค่าเงินหยวนที่สร้างปัญหาให้กับตลาดทั่วโลก ดังนั้นนักลงทุนจึงควรต้องระวังตัวให้ดี
“จีนกำลังประสบปัญหาการปรับตัว ผมพูดได้เลยว่านี่คือหายนะ เมื่อผมมองดูตลาดเงิน ผมพบความท้าทายครั้งใหญ่ที่ทำให้ผมนึกถึงวิกฤตเศรษฐกิจที่พวกเราเจอใน
ปี 2008” โซรอส กล่าว
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า ดัชนีชี้วัดค่าเงินตลาดเกิดใหม่ 20 สกุลเงิน ปรับตัวลง 0.7% ติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ลงสู่จุดต่ำสุดทำประวัติศาสตร์ หลังจากธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราอ้างอิงค่าเงินหยวนลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2011 เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมาตลาดเกิดใหม่ยังไปได้
แม้เวิลด์แบงก์จะปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเกิดใหม่ลง แต่ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเกิดใหม่ไว้ที่ 4.5% ปรับตัวขึ้นจากปี 2015 ที่ 4% ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ถึง 3.6% ในปี 2016 นี้ ปรับขึ้นจากปี 2015 ที่ 3.1%
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุว่า ไอเอ็มเอฟมักประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจเกินความจริง และปรับลดในภายหลังอยู่หลายครั้ง อย่างไรก็ตามเมื่อประกอบกับข้อมูลของแบงก์ออฟอเมริกา พบว่า ภาวะการดำเนินธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ 10 ประเทศ ดีขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา
ภาวะการดำเนินธุรกิจดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะในอินเดียและโปแลนด์ รวมถึงบราซิลที่แม้จะประสบปัญหาค่าเงินเรียลอ่อนค่าลง แต่ตลาดหุ้นและการค้าปลีกยังมีเสถียรภาพ ในขณะที่จีนผันผวนมาโดยตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามด้านรัสเซียภาวะดังกล่าวกลับปรับลงอย่างต่อเนื่อง







