
เปิดแผนบูมท่องเที่ยว
แม้ว่าประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ภาพความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของชาติสมาชิกอาเซียน
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
แม้ว่าประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ภาพความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของชาติสมาชิกอาเซียนกลับไม่เห็นแผนและนโยบายความร่วมมือที่ชัดเจนนัก โดยส่วนใหญ่ต่างเร่งผลักดันและลงทุนวางรากฐานด้านโครงสร้างการท่องเที่ยวของประเทศตัวเอง เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับประเทศ
ที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้ว่าคนในวงการท่องเที่ยวมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตได้ด้วยตัวเอง เพราะความหลากหลายทางธรรมชาติ ความมีเสน่ห์แบบไทยๆ ความคุ้มค่าเงิน เป็นจุดขายที่แข็งแกร่ง ทั้งๆ ที่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้นั้นออกมาน้อยมาก เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย
ล่าสุดรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน-ประชาชน (ประชารัฐ) ภายใต้กรอบคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนประเทศ จำนวน 12 ชุด หนึ่งในนั้นมีกลุ่มการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ประกอบด้วยสมาชิก 17 ราย ที่มาจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ โรงแรม สายการบิน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ซึ่งมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ และ กลินท์ สารสิน รองประธานกรรมการหอการค้าและสภาหอการค้าไทย เป็นหัวหน้าทีมเอกชน ร่วมวางแผนกลยุทธ์การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยฉบับเร่งด่วน รับมือกับคู่แข่งรอบทิศทางในชาติอาเซียนและทั่วโลก
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ และอดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะกรรมการคณะทำงาน บอกว่า รัฐบาลต้องเร่งจัดระเบียบการท่องเที่ยวไทย รวมถึงสร้างสินค้าใหม่นำเสนอให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติให้แล้วเสร็จอย่างเป็นรูปธรรม รองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งทุกชาติใช้ภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวแข่งขัน
ทั้งนี้ ได้เสนอ 6 แผนงานกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สามารถบูรณาการร่วมกับหน่วยอื่นดำเนินการได้ทันที ได้แก่ 1.แผนติดไฟส่องสว่างสถานที่สำคัญหรือสถาปัตยกรรมสองฝั่งเจ้าพระยาริมแม่น้ำและคลองซอยในเจ้าพระยา รวมถึงอุทยานประวัติศาสตร์ เช่น พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย เพื่อสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวยามค่ำคืน ขยายฐานนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ สร้างการจดจำให้นักท่องเที่ยวมีภาพความจำใหม่ ซึ่งการเดินทางทางน้ำจะช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างแท้จริง ขณะที่บริษัททัวร์สามารถจัดสรรแพ็กเกจการเดินทางที่หลากหลายให้กับนักท่องเที่ยว
2.เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็ก สตรี ผู้สูงวัย ผู้พิการ ในแหล่งท่องเที่ยวแต่ละคลัสเตอร์ พร้อมประกาศมาตรฐานสากล ซึ่งช่วยยกระดับการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยตามมา
3.ประกาศปิดบาร์เบียร์ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการ นำร่องจัดระเบียบตามสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เช่น จ.ภูเก็ต กระบี่ สมุย เชียงใหม่ หัวหิน เพราะร้านบาร์เบียร์เถื่อนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวคุณภาพเลือกไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอื่นแทน
4.แนวทางการปราบปรามโรงแรมเถื่อน รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา สามารถเป็น รมว.ร่วมรักษาการตาม พ.ร.บ.โรงแรมร่วมกับ รมว.มหาดไทย เพื่อมีอำนาจออกกฎกระทรวง ซึ่งสมาคมโรงแรมไทยได้ติดตามมานาน แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้การกวาดล้างโรงแรมเถื่อนรวดเร็วมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับแนวทางการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ไมซ์) ในอาเซียนนั้น รัฐบาลต้องวางแผนอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในเรื่องต่างๆ โดยแผนที่ 5 คือการเร่งกรุงเทพมหานคร ใช้งบประมาณที่เตรียมไว้สร้างทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีบางนาเข้าสู่ศูนย์ประชุมไบเทคให้แล้วเสร็จ
และ 6.เร่งคลอดกองทุน Cash Rebate สำหรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ เพราะที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการ (ครม.) แต่ติดขัดที่สำนักงบประมาณไม่ส่งเงินเข้ากองทุน ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในส่วนนี้ ทั้งๆ ที่การถ่ายทำภาพยนตร์ต่างชาติในไทยจะช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย วัฒนธรรมไทย ออกสู่สายตาชาวต่างชาติได้
“แนวทางดังกล่าวที่เสนอไปนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่ภาคท่องเที่ยวเคยทำ เป็นสิ่งที่บริหารจัดการได้ทันที โดยอาศัยอำนาจกฎหมายที่มีอยู่ เชื่อว่าหากวางแผนลงมืออย่างจริงจัง ภายใน 3-6 เดือน จะเห็นเป็นรูปธรรมได้”
เห็นได้ว่าการกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวนับจากนี้ ควรมีเป้าหมายชัดเจนเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวที่ต้องการให้เดินทางมาไทยอย่างมากขึ้น พร้อมหันเข้าหากลุ่มคุณภาพอย่างแท้จริง เพื่อให้การวางรากฐานด้านการท่องเที่ยวไทยสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในอาเซียนได้อย่างแท้จริง







