posttoday
จีนเดินหน้าอุ้มตลาดหุ้น

จีนเดินหน้าอุ้มตลาดหุ้น

06 มกราคม 2559

หลังดัชนีซีเอสไอ 300 ของจีนปรับตัวลงแรงถึง 7% สูญมูลค่ามากถึง 5.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 21 ล้านล้านบาท) จนต้องประกาศใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ หรือทำการหยุดซื้อขายทั้งวันเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา กลายเป็นการใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ในวันแรกที่จีนประกาศใช้ทันทีทันใด

หลังดัชนีซีเอสไอ 300 ของจีนปรับตัวลงแรงถึง 7% สูญมูลค่ามากถึง 5.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 21 ล้านล้านบาท) จนต้องประกาศใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ หรือทำการหยุดซื้อขายทั้งวันเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา กลายเป็นการใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ในวันแรกที่จีนประกาศใช้ทันทีทันใด

ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) อัดฉีดตลาดหุ้นผ่านข้อตกลงการซื้อคืนพันธบัตร 7 วัน ที่อัตราดอกเบี้ย 2.25% เป็นมูลค่า 1.3 แสนล้านหยวน (ราว 7.02 แสนล้านบาท) ซึ่งนับว่ามีมูลค่ามากที่สุดนับแต่ปีเดือน ก.ย. 2015 ที่ผ่านมาเลยทีเดียว

นอกจากนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ยังเปิดเผยอ้างแหล่งข่าวภายในที่เกี่ยวข้องอีกด้วยว่า รัฐบาลเริ่มเข้าซื้อหุ้นท้องถิ่นเพื่อช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นอีกด้วย

มาตรการต่างๆ ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนฟื้นตัว โดยดัชนี
ซีเอสไอ 300 กลับมาปิดตัวในแดนบวก 0.28% เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา และสร้างมุมมองด้านบวกให้เกิดขึ้นในตลาดหุ้นเอเชียอีกด้วย

ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่น ปิดตัวแดนลบ 0.42% หรือ 76.98 จุด แต่ปรับตัวขึ้นจากช่วงเปิดตลาดที่ตกลงไปมากถึง 148.89 จุด เช่นเดียวกับดัชนีคอมโพสิตเกาหลีใต้ที่ปรับตัวขึ้น 0.61% หรือ 11.77 จุด และปิดตลาดที่ 1,930.53 จุด

อย่างไรก็ตาม บรรดานักลงทุนยังคงไม่คลายความกังวลต่อตลาดหุ้นจีน โดยแอนกัส นิโคลสัน นักวิเคราะห์ตลาดของไอจี บริษัทลงทุนในออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนยังคงมีความกังวลอยู่ เช่น ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตัวลง 0.3%

“ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคต่างๆ แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดการเทขายหุ้นรอบใหม่ และซ้ำรอยประวัติศาสตร์เมื่อช่วง ส.ค.ปีที่แล้วที่หุ้นจีนลงไปสู่จุดต่ำสุด” นิโคลสัน กล่าว

ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนเกิดขึ้นภายหลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตที่ออกมาต่ำกว่า 50 จุด ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างดีและไม่ดี อีกครั้ง แม้ภาคการบริการของจีนจะดีขึ้น โดยดัชนีพีเอ็มไอ ภาคการบริการสูงที่สุดในรอบ 16 เดือนก็ตาม

แม้จีนพยายามจะปฏิรูปโครงสร้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากการผลิตและการส่งออกเป็นการบริโภคและการบริการก็ตาม แต่การผลิตก็ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนอยู่ นอกจากนี้ความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ก่อให้เกิดการเทขายหุ้นเมื่อวันที่ 4 ม.ค.

ลือยกเลิกแบนทำหุ้นร่วง

อินหมิง รองประธานแบทไทซ์ แคปิตัล บริษัทลงทุนในเซี่ยงไฮ้ เปิดเผยว่า รัฐบาลจีนจะเข้าสร้างเสถียรภาพตลาดด้วยการใช้อำนาจรัฐ รวมถึงการใช้งบประมาณสนับสนุน โดยตลาดหุ้นจีนที่ดิ่งลงมาเมื่อวันที่ 4 ม.ค. เป็นผลมาจากการประกาศใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ ประกอบกับความกังวลที่รัฐบาลจะยกเลิกการห้ามไม่ให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขายหุ้น

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2015 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (ซีเอสอาร์ซี) ประกาศผ่านเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 5% ของหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ขายหุ้นทิ้ง ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งหมายความว่าจะสิ้นสุดแล้วในวันที่ 8 ม.ค.ที่จะถึงนี้

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ตลาดหุ้นจีนดิ่งลงอย่างหนัก โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีน ปรับตัวลดลงมากกว่า 40% นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2015

อย่างไรก็ตาม ด้านเอสซีอาร์ซี ยืนยันจะยังคงเข้มงวดต่อการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่อไป รวมถึงยังคงมาตรการการใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ต่อไปอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน ด้านบริษัทจีนที่มีผู้ถือหุ้นซึ่งเข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างน้อย 10 แห่ง ต่างอาสาที่จะขยายการห้ามขายหุ้นดังกล่าวออกไป โดยจะขยายเวลาออกไปอีก 6-12 เดือนข้างหน้า

เช่น เจเจียง เซนจูรี ฮัวตง กรุ๊ป บริษัทผลิตพลาสติก ประกาศอาสาด้วยตนเองเป็นบริษัทแรกจะขยายการห้ามขายหุ้นออกไปถึงวันที่ 9 ม.ค. 2017 รวมถึงชานตง ซุน เปเปอร์ อินดรัสทรี และเจ้อเจียง ซานหัว ที่ประกาศในลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยคาดการณ์ว่า หากยกเลิกการห้ามขายหุ้นดังกล่าวจะส่งผลให้หุ้นมูลค่า 1.24 ล้านล้านหยวน (ราว 6.69 ล้านล้านบาท) สามารถเคลื่อนไหวในตลาดได้อีกครั้งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม