
ตึงเครียดซาอุฯ-อิหร่านป่วน
งชาวอิหร่านบุกเข้าไปในสถานทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
หลังชาวอิหร่านบุกเข้าไปในสถานทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน จากความไม่พอใจซาอุดิอาระเบียประหารนักการศาสนานิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นชนส่วนน้อยในซาอุดิอาระเบียที่ส่วนใหญ่นับถือนิกายสุหนี่ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ซาอุดิอาระเบียตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน โดย อเดล อัล จูเบียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำซาอุดิอาระเบียจะต้องออกจากประเทศภายใน 48 ชั่วโมง
หลังการประกาศดังกล่าว รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน ออกตอบโต้ซาอุดิอาระเบีย ว่า การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตไม่ได้ครอบคลุมความผิดพลาดที่สังหารนักการศาสนานิกายชีอะห์ รวมถึงยังกล่าวโทษซาอุดิอาระเบียที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางอีกด้วย
ด้าน ฮุสเซน จาเบรี อันซารี โฆษกต่างประเทศอิหร่าน ประณามซาอุดิอาระเบียว่า การตัดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองชาติ เป็นการสร้างความตึงเครียดให้เกิดขึ้นภายในภูมิภาค โดยซาอุดิอาระเบียพยายามปกป้องปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศ ด้วยการส่งผู้ก่อความรุนแรงออกนอกประเทศไปเสีย
“ซาอุดิอาระเบียเห็นแต่ประโยชน์ของตัวเอง และแม้แต่การดำรงอยู่ของซาอุดิอาระเบียก็ยังสร้างความตึงเครียดและการปะทะ” อันซารี กล่าว
ในเวลาต่อมา ซาอุดิอาระเบียก็เปิดเผยว่า ซูดานลดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านและให้ทูตอิหร่านประจำซูดานกลับประเทศ ในขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เรียกเอกอัครราชทูตยูเออีประจำอิหร่านกลับ
ในขณะเดียวกันท่ามกลางความตึงเครียดดังกล่าว เกิดเหตุมือปืนยิงเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความปลอดภัยเสียชีวิตในหมู่บ้านทางตะวันออกของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งกำลังทำพิธีไว้อาลัยผู้นำนิกายชีอะห์ซึ่งถูกประหารชีวิต
หุ้นร่วงแรงวันทำการแรก
ทันทีที่เปิดทำการวันแรกเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา หุ้นทั่วเอเชียปรับตัวลงไปทันที โดยดัชนีเอ็มเอสซีไอ เอเชียแปซิฟิก ตกลงไป 2% มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. 2015 ณ เวลา 16.07 น. ตามเวลาท้องถิ่นฮ่องกง
ดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลง 582.73 จุด หรือ 3.06% ปิดตัวแดนลบที่ 18,450.98 จุด เช่นเดียวกับดัชนีคอมโพสิตเกาหลีใต้ ที่ปรับตัวลง 2.17% ปิดตลาดที่ 1,918.76 จุด
ด้านตลาดหุ้นยุโรปเปิดตัวทำการวันแรกวันที่ 4 ม.ค. ปรับตัวลงแรงตามหุ้นในเอเชียเช่นกัน โดยดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของกรุงลอนดอน ปรับลงไป 1.5% อยู่ที่ 6,147.5 จุด ในขณะที่ทุกภาคส่วนในดัชนีส
ต๊อกซ์ 600 ของยุโรปปรับตัวลงไปเช่นเดียวกัน หลังทำผลงานได้แย่ที่สุดในเดือน ธ.ค. นับตั้งแต่ปี 2002
น้ำมันขึ้น-หนีหาเซฟเฮเวน
ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเมกซ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.02% เมื่อเวลาราว 10.36 น. ตามเวลาท้องถิ่นไทยของวันที่ 4 ม.ค. อยู่ที่ 37.79 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก่อนปรับตัวลงมาอยู่ที่ 37.15 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเวลา 15.33 น. ตามเวลาท้องถิ่นไทย
เช่นเดียวกับน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.17% ไปอยู่ที่ 38.09 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก่อนปรับลงมาอยู่ที่ 37.37 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อวันที่ 4 ม.ค.
ด้านราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.09 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 1,064.19 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ จากความกังวลต่อความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ในขณะเดียวกัน ในช่วงเช้าของวันที่ 4 ม.ค. ค่าเงินเยน ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ก็แข็งค่าสุดนับตั้งแต่ ต.ค.ที่ผ่านมา







