
ลานินญาแผลงฤทธิ์ครึ่งหลังปี2016ส่อกระทบสินค้าเกษตรหนัก
เตรียมรับมือลานินญาครึ่งหลังปี 2016 กระทบหนักสินค้าเกษตร พายุหมุนเขตร้อน อากาศเย็นลง
เตรียมรับมือลานินญาครึ่งหลังปี 2016 กระทบหนักสินค้าเกษตร พายุหมุนเขตร้อน อากาศเย็นลง
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ลานินญา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ในลักษณะตรงข้ามกับเอลนินโญที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2016 และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าเกษตรอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลียและญี่ปุ่น ระบุว่า ปัจจุบันผ่านจุดสูงสุดของเอลนินโญแล้ว และคาดว่าเอลนินโญจะอ่อนกำลังความรุนแรงลงช่วงครึ่งแรกของปี 2016 ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำโดยเฉลี่ยในมหาสมุทรแปซิฟิกลดลง
อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาคือลานินญา ที่เกิดจากอุณหภูมิเฉลี่ยมหาสมุทรแปซิฟิกลดลง ส่งผลให้สภาพอากาศแห้งแล้งในสหรัฐและอเมริกาใต้ ฝนตกหนักในออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี อินโดนีเซีย และอเมริกากลาง อีกทั้งอาจก่อให้เกิดพายุหมุนเขตร้อนในเขตแปซิฟิกด้วย
เดวิด อูบิลาวา ศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย ระบุว่า กระแสในปัจจุบันมุ่งให้ความสนใจกับความเสียหายต่อพืชผลการเกษตรจากเหตุการณ์เอลนินโญมากกว่าลานินญา แม้ว่าลานินญาจะก่อให้เกิดความแห้งแล้งในสหรัฐและแคนาดา ซึ่งส่งผลกระทบให้ราคาอาหารปรับขึ้นตามไปด้วย
ด้าน ออเรเลีย เบิร์ช นักวิเคราะห์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของบีเอ็มไอ รีเสิร์ช หน่วยงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค อุตสาหกรรม และตลาดการเงิน กล่าวว่า ปรากฏการณ์ลานินญาที่รุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรมากกว่าผลกระทบที่เกิดจากเอลนินโญ และสร้างความเสียหายต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่อย่างสหรัฐและบราซิล อีกทั้งอาจทำให้ราคาสินค้าเกษตร อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวสาลี น้ำตาล ฝ้าย และเมล็ดกาแฟ เพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงเอลนินโญถึง 50%
ขณะเดียวกัน ผลกระทบที่เกิดจากลานินญาไม่จำกัดเฉพาะภาคการเกษตรเท่านั้น จากข้อมูลของซีเอ็มอี กรุ๊ป บริษัทลงทุนสินทรัพย์ล่วงหน้าในสหรัฐ พบว่า ปรากฏการณ์ลานินญาในช่วงปี 1998-2000 ทำให้อุณหภูมิในสหรัฐและแคนาดาเย็นลงกว่าปกติ ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้นตาม
ภาพ...เอเอฟพี







