
โอเปกคาดลดผลิตสิ้นทศวรรษ
โอเปกคาดลดการผลิตได้ภายในปี 2020 หลังนอกโอเปกลดการผลิตจากราคาน้ำมันถูก
โอเปกคาดลดการผลิตได้ภายในปี 2020 หลังนอกโอเปกลดการผลิตจากราคาน้ำมันถูก
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) คาดการณ์ว่าการผลิตของโอเปกจะปรับลดลงในปี 2019 อยู่ที่ 30.6 ล้านบาร์เรล/วัน เทียบกับเมื่อเดือน พ.ย. ที่อยู่ที่เฉลี่ย 31.7 ล้านบาร์เรล/วัน จากความต้องการซื้อน้ำมันที่ผลิตโดยโอเปกลดลง
นอกจากนี้ โอเปกยังคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะกลับมาอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2020 และจะอยู่ที่ 95 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2040 โดยเป็นผลจากการผลิตของกลุ่มนอกโอเปกจะปรับลดลง 1 ล้านบาร์เรล/วัน ในปี 2020 อยู่ที่ 60.2 ล้านบาร์เรล/วัน ในขณะที่โอเปกจะผลิตเพิ่มขึ้นราว 2.8 ล้านบาร์เรล/วัน
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันถูกก็ส่งผลต่อรายได้ของกองทุน ความมั่งคั่งแห่งชาติ (เอสดับเบิ้ลยูเอฟ) โดย อูเมียร์ซัก ชูเคเยฟ ประธานบริหารเอสดับเบิ้ลยูเอสของคาซัคสถาน เปิดเผยว่า รายได้ของกองทุนปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันถูก ส่งผลให้ต้องกู้ยืมเงินเพิ่ม 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.37 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเป็นการ กู้เงินในลักษณะเงินกู้ร่วมเป็นครั้งแรกของกองทุน
ก่อนหน้านี้ เอสดับเบิ้ลยูเอฟของซาอุดิอาระเบียต้องขายสินทรัพย์ไปแล้วหลายพันล้านเหรียญสหรัฐจากราคาน้ำมันถูก กระทบต่อรายได้การลงทุน โดยจากข้อมูลของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) ระบุว่า เกือบ 60% ของสินทรัพย์เอสดับเบิ้ลยูเอฟหรือกองทุนรัฐที่เข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อสร้างความมั่งคั่งทั่วโลก ขึ้นอยู่กับการส่งออกพลังงาน
ขณะที่ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มตกต่ำลงต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยรายงานว่า นักลงทุนต่างลงทุนในออปชั่น หรือสิทธิซื้อขายสินค้าตามราคาที่ผู้ซื้อกำหนด แสดงให้เห็นการคาดการณ์ราคาน้ำมันจะปรับลดลงมากสุด 15 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่บางส่วนเก็งไว้ที่ราคา 20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล 25 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2016
อัดนัน มาซาเรย์ รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ฝ่ายตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออก กล่าวว่า เอส ดับเบิ้ลยูเอฟอาจต้องขายสินทรัพย์หรือถอนทุนออกจากการลงทุนสินทรัพย์ สร้างความกังวลด้านสภาพคล่องต่อตลาดที่มีความกังวลสูงอยู่แล้ว และจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านราคาครั้งใหญ่
"ไม่มีใครรู้ว่าเท่าไรและเมื่อไร แต่ความกังวลก็เกิดขึ้นแล้ว" มาซาเรย์ กล่าว
ด้านราคาน้ำมันไนเม็กซ์งวดส่งมอบเดือน ก.พ. ขึ้นมากสุด 1.2% ไปอยู่ที่ 36.56 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก่อนลงมาอยู่ที่ 36.48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเวลา 15.56 น. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ ขณะที่เบรนต์ขึ้นอยู่ที่ 36.52 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หลังร่วงปิดตัวต่ำสุดในรอบ 11 ปี เมื่อวันที่ 22 ธ.ค







