
จีนแบะท่า 2016 ผ่อนปรนต่อ แนะกดหยวนหนุนส่งออก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนมีความเคลื่อนไหวหลายด้านเพื่อย้ำความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจจีนในปีหน้า เช่น การให้หน่วยงานของธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2016 ว่าจะชะลอตัวลงมาเล็กน้อยเท่านั้น โดยโตได้ 6.8% หรือการที่พีบีโอซีขยายการอัดฉีดสภาพคล่องให้ธนาคารพาณิชย์ผ่านกลไกกู้ยืมระยะกลางวงเงิน 1 แสนล้านหยวน (ราว 5.5 แสนล้านบาท) แต่บรรดา
นักวิเคราะห์ทั่วโลกก็ยังไม่มีสัญญาณตอบรับในทางที่ดีขึ้นออกมา
ล่าสุด คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (เอ็นดีอาร์ซี) ได้ส่งสัญญาณแนะนำให้ทางการจีนเดินหน้าการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการใช้นโยบายเงินหยวนอ่อนค่า
ในปี 2016 เพื่อหนุนภาคการส่งออกและกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มขยายตัวซบเซาต่อเนื่อง
หนังสือพิมพ์อีโคโนมิก เดลี่ อ้างรายงานของเอ็นดีอาร์ซี ว่า เศรษฐกิจจีนในปีหน้ายังคงต้องเผชิญปัจจัยลบขนาดใหญ่หลายด้าน และการขยายตัวของเศรษฐกิจก็อาจต้องชะลอตัวลงอีก ทำให้รัฐบาลประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ควรใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินช่วยสนับสนุน
เอ็นดีอาร์ซีแนะนำให้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) เดินหน้าการลดอัตราดอกเบี้ยและลดสัดส่วนทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ เพื่อกระตุ้นการเติบโตของภาคเอกชน นอกจากนี้รัฐบาลยังควรดำเนินนโยบายเงินหยวนอ่อนค่า เพื่อช่วยกระตุ้นภาคการส่งออกของประเทศที่ยังถือเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจจีนด้วย
ทั้งนี้ จีนเผชิญกับภาวะที่ยากลำบากในการผลักดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ ให้ขยายตัวในระดับ 7% โดยมีการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ช่วยให้จีดีพีในไตรมาส 3 ขยายตัวได้เพียง 6.9% จากระดับ 7% ในไตรมาส 2
รายงานระบุว่า บรรดาแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เริ่มการประชุมประจำปีเพื่อวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและการปฏิรูปสำหรับปี 2016 แล้ว
เอ็นดีอาร์ซี คาดการณ์ว่า จีดีพี ของจีนในปีหน้าจะขยายตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 9% หลังจากที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ย.ปีนี้ ขยายตัวได้ราว 10.2% ด้านการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่การบริโภคอาจเติบโตชะลอลงมาเหลือเพียงเลขหลักเดียวและการส่งออกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หน่วยงานของจีนยังเสนอให้รัฐบาลกรุงปักกิ่งขยายการขาดดุลงบประมาณออกไปอีกในปีงบประมาณหน้า เพื่อให้รัฐบาลสามารถทุ่มงบประมาณสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ และสามารถออกพันธบัตรทั้งในระดับรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นได้ ส่วนทางด้านการสนับสนุนตลาดทุนนั้น ควรมีการดำเนินมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดทุน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะทุนไหลออก
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ไปอยู่ที่ 0.25-0.5% พร้อมทั้ง
ส่งสัญญาณทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 4 ครั้งในปีหน้า ทั่วโลกต่างก็จับตาไปยังจีนเป็นรายต่อไปว่า เขตเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลกแห่งนี้จะมีการรับมือกับความเสี่ยงทุนไหลออกและแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้าอย่างไร
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดค่ากลางเงินหยวนลงเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ลงมาอยู่ต่ำสุดในรอบ 4 ปี และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ปรับลดลงมาอีกครั้ง อยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง ที่ 6.4837 หยวน/เหรียญสหรัฐ เพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาดเงินหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าส่วนหนึ่งเพื่อต้องการให้เงินหยวนอยู่ในทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่องในปีหน้า
นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (ซีเอสอาร์ซี) ด้วยว่าทางการจีนจะเปิดดำเนินการทดสอบความแข็งแกร่ง (สเตรส เทสต์) ในตลาดตราสารหนี้ของจีน ซึ่งรวมถึงบริษัทโบรกเกอร์ บริษัทที่ซื้อขายตราสารอนุพันธ์และบริษัทจัดการสินทรัพย์ เพื่อทดสอบความสามารถในการจัดการความเสี่ยง ตรวจสอบปัญหาที่ถูกซ่อนไว้ และป้องกันความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ หลังจากที่จีนเคยเผชิญความผันผวนในตลาดทุนครั้งใหญ่เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา







