posttoday
2015เอกชนแห่ควบรวมกิจการ

2015เอกชนแห่ควบรวมกิจการ

05 ธันวาคม 2558

บริษัทแห่ควบรวมกิจการมูลค่า 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เกือบทุบสถิติเดิม

บริษัทแห่ควบรวมกิจการมูลค่า 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เกือบทุบสถิติเดิม

วอลสตรีท เจอร์นัล ยกให้ปี 2015 เป็นปีทองสำหรับการควบรวมกิจการ จากข้อมูลของดีลโลจิค สถาบันทางการเงินในสหรัฐ เปิดเผยว่า ปี 2015 มีจำนวนภาคธุรกิจที่ตัดสินใจควบรวมกิจการราว 112 ราย มูลค่าทั่วโลกราว 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 168 ล้านล้านบาท) แต่ยังต่ำกว่าสถิติเดิมของปี 2007 ที่ 4.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

สาเหตุหลักของการควบรวมกิจการ ได้แก่ การเพิ่มความมั่นใจให้กับคณะกรรมการบริหาร ลดภาระหนี้สิน เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและรวมเป็นหนึ่งกับบริษัทคู่แข่ง

ภาคธุรกิจที่มีมูลค่าในการควบรวมกิจการมากที่สุดคือ ภาคสาธารณสุข อาทิ ธุรกิจเภสัชภัณฑ์ ธุรกิจทางการแพทย์ และภาคอุตสาหกรรมที่อาศัยเทคโนโลยี ซึ่งสามารถทำลายสถิติสูงที่สุดได้ในเดือน ก.ย. ที่กว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

การควบรวมกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในภาคสาธารณสุข คือการซื้อกิจการของไฟเซอร์ บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ของสหรัฐต่ออัลเลอร์แกน บริษัทผู้ผลิตยาจากไอร์แลนด์ เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มูลค่าราว 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทำสถิติการควบรวมกิจการที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

สำหรับการควบรวมกิจการในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือ การควบรวมกิจการระหว่าง เดล บริษัทเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์รายใหญ่ในสหรัฐกับอีเอ็มซี ผู้ให้บริการระบบซอฟต์แวร์ด้านการจัดเก็บข้อมูลสำหรับองค์กรธุรกิจรายใหญ่มูลค่าราว 6.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีการซื้อกิจการในปี 2015 เช่นกัน

ขณะที่ภาคเครื่องดื่ม การซื้อกิจการของอันฮอยเสอร์-บุช อินเบฟ เอ็นวี ผู้ผลิตเบียร์บัดไวเซอร์ของสหรัฐและเอสเอบีมิลเลอร์ ผู้ผลิตเครื่องดื่มของอังกฤษมูลค่าการควบรวมกิจการราว 1.08 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งก็มีการซื้อกิจการในปีนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ ในปี 2015 การซื้อกิจการ 9 รายมีมูลค่าราว 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่านั้น ขณะที่อีก 58 ราย มีมูลค่าราว 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่านั้น ถือเป็นการทำลายสถิติที่ทำให้ปี 2015 เป็นปีทองสำหรับการควบรวมกิจการ

จากข้อมูลของดีลโลจิคพบว่า การควบรวมกิจการเป็นประโยชน์ต่อบรรดาวาณิชธนกิจ ซึ่งสามารถสร้างรายได้จากการแนะนำบริษัทต่างๆ ราว 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยโกลด์แมน แซคส์ สร้างมูลค่าการซื้อกิจการราว 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ เจ.พี.มอร์แกน สร้างมูลค่าราว 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมอร์แกน แสตนลีย์ สร้างมูลค่าราว 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่