
นักวิทย์ปัดโลกร้อนทำองศาพุ่ง
ครึ่งปีแรกโลกร้อนทำลายสถิติ ชี้‘เอลนินโญ’เป็นตัวการหลัก
ครึ่งปีแรกโลกร้อนทำลายสถิติ ชี้‘เอลนินโญ’เป็นตัวการหลัก
กูรูด้านสภาพอากาศโลกติง อย่า “ด่วนสรุป” อุณหภูมิโลกพุ่ง เป็นผลจากภาวะโลกร้อน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศโลก เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ว่า สภาพอากาศทั่วโลกที่ร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2010 นั้น อาจจะไม่ได้เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกตามที่เข้าใจกัน
ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ข้อมูลจากสำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นโอเอเอ) ได้แสดงให้เห็นว่า เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นเดือนที่มีอุณหภูมิบนพื้นโลกและระดับพื้นผิวของมหาสมุทรสูงที่สุด นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลทางอากาศในปี 1880 และยังเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนที่สุด ทุบสถิติที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี 1998 อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิทยาศาสตร์ลงความเห็นว่า คงเป็นการด่วนสรุปเกินไป หากจะกล่าวว่าการที่โลกร้อนขึ้นนั้นเป็นผลโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ปรากฏการณ์ยังเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนเท่านั้น
“ตราบใดที่เรายังเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศแค่ฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่ง หรือใช้เวลาแค่ 23 เดือน เราคงไม่สามารถพูดได้ว่านี่คือแนวโน้มที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากภาวะโลกร้อน” แอคเว เลอ เทราต์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการด้านอุตุนิยมวิทยาพลวัตของฝรั่งเศส กล่าว
พร้อมกันนี้ เลอ เทราต์ ยังกล่าวด้วยว่า คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2030 ปี ถึงจะสรุปได้ว่าการที่อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
“ในมุมของนักวิทยาศาสตร์แล้ว การด่วนสรุปเช่นนั้น ก็เท่ากับว่าเราพยายามอธิบายปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง โดยอาศัยการเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของคลื่น 23 ลูกที่ซัดเข้าฝั่ง” เลอ เทราต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักยังแสดงความเห็นว่า การที่อุณหภูมิเฉลี่ยในปี 2010 เพิ่มสูงขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนินโญ ซึ่งมักส่งผลให้สภาพอากาศในแถบเส้นศูนย์สูตรแปรปรวน
สำหรับความเห็นดังกล่าวยังสอดคล้องกับข้อมูลจาก แบรี โกรแม็ต โฆษกของศูนย์สภาพอากาศและภูมิอากาศแห่งชาติของอังกฤษ ที่กล่าวว่า ข้อมูลจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกในช่วงสั้นๆ เพียง 6 เดือน คงไม่สามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้
“อากาศที่ร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์นี้ จะกลายเป็นตัวบ่งชี้ว่าเป็นผลพวงของภาวะโลกร้อนได้นั้น ก็ต่อเมื่อปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเป็น 10 ปี หรือตั้งแต่ปี 20002010” โกรแม็ต กล่าว
สำหรับความคืบหน้ากรณีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภูมิภาคเอเชียนั้น เอเอฟพี รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุโกนเซินพัดถล่มกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์นั้น เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 76 คน สูญหายอีก 72 คน ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในมณฑลเสฉวนและฉ่านซีเพิ่มขึ้นเป็น 37 คน สูญหาย 86 คน







