
ชี้เออีซีพลาดเป้าปลายปี
เจออุปสรรคการค้าที่มิใช่ภาษี แต่โดยภาพรวมยังอยู่ในระดับดี
เจออุปสรรคการค้าที่มิใช่ภาษี แต่โดยภาพรวมยังอยู่ในระดับดี
เออีซีอาจไม่บรรลุเป้าทุกประเด็นก่อนสิ้นปี เจออุปสรรคการค้า จับตาประชุมผู้นำอาเซียน
จายันต์ เมนอน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่า การรวมประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เออีซี) ภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ทุกประเด็น เนื่องจากอุปสรรคด้านมาตรการทางภาษี
“เออีซีเป็นการเปิดโอกาสให้อาเซียนพัฒนาไปอีกขั้น ในฐานะศูนย์กลางการผลิตและคู่แข่งของจีน แต่เป้าหมายดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้น เนื่องจากชาติอาเซียนก็แข่งขันกันเองเช่นกัน” เมนอน ระบุ
สอดคล้องกับรอฟ-ดีเตอร์ ดาเนียล ประธานสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (อีเอบีซี) มองว่า แม้จะมีการลดอัตราภาษี แต่ก็ต้องประสบกับอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่มาตรการทางภาษี (เอ็นทีบี) โดยเป็นผลจากการคุ้มครองการค้าและการวางแผนที่ขาดประสิทธิภาพ ซึ่งฉุดศักยภาพเศรษฐกิจของเออีซี
นอกจากนี้ ผลการสำรวจของเอดีบีเปิดเผยว่า ภาคธุรกิจก็อาจไม่บรรลุตามเป้าเออีซีด้วยเช่นกัน โดยมีภาคธุรกิจเพียง 7% เท่านั้นที่ตระหนักถึงประโยชน์ที่จะได้รับหากมีการเปิดเออีซี ในขณะที่ภาคธุรกิจในอาเซียนน้อยกว่า 5% วางแผนธุรกิจสำหรับสิ้นปี 2015 แล้ว
ในขณะเดียวกัน การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ระหว่างวันที่ 21-22 พ.ย.นี้ จะมีการหารือในประเด็นการค้าและเศรษฐกิจ การต่อต้านการก่อการร้าย โดยประเด็นที่สำคัญที่จะได้รับการพูดคุยในครั้งนี้คือ ข้อพิพาททะเลจีนใต้
ด้าน โยชิฮิเดะ ซูกะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยภายหลังนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ กล่าวจะส่งกองทัพเรือไปช่วยสหรัฐลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายด้านความมั่นคงและยังไม่มีแผนการจะเข้าร่วมกับสหรัฐ รวมถึงแผนการส่งเรือรบของญี่ปุ่นไปยังน่านน้ำทะเลจีนใต้ด้วย
นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวอาจมีการหารือประเด็นการค้ามนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเพิ่มบทบาทสตรี
ทั้งนี้ ผู้นำจากสหรัฐ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ รัสเซีย ญี่ปุ่น และอินเดีย รวมถึง บันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย







