
ปลดล็อกกฎระเบียบ เปิดเสรี ‘ภาคบริการ’
เป็นที่ทราบกันดีว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
เป็นที่ทราบกันดีว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเปิดให้มีการเคลื่อนย้ายเสรี 5 ด้าน ได้แก่ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานวิชาชีพ ด้านที่ผู้คนน่าจะต้องติดตามใกล้ชิดกว่าด้านอื่นๆ หนีไม่พ้นคือด้านบริการ เนื่องจากเป็นการเปิดเสรีที่ครอบคลุมกิจการหลายประเภท มีรายละเอียดยิบย่อยค่อนข้างมาก กระทบทั้งคนที่รออยู่ข้างในและคนที่อยากออกไปลงทุนข้างนอก
ล่าสุด ธนาคารโลกร่วมกับสำนักงานเลขาธิการอาเซียน จัดทำ ASEAN Services Integration Report เพื่อประมวลสถานการณ์ ข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายเสรีภาคบริการของแต่ละประเทศในอาเซียน เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป โดยในรายงานจะวิเคราะห์สถานการณ์ข้อผูกพันเปิดตลาดการค้าบริการจนถึงชุดที่ 8 ที่แต่ละประเทศลงนามไว้
รายงาน ระบุว่า ภาคบริการมีสัดส่วนสำคัญอยู่ถึง 40-70% ของรายได้ประชาชาติ (จีเอ็นไอ) ในแต่ละประเทศ แต่หากดูไปในเชิงนโยบายแล้วอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีข้อจำกัดด้านการบริการมากเกือบที่สุดของโลก
จากดัชนีข้อจำกัดด้านการค้าบริการ (STRI) ของอาเซียน พบว่า อาเซียนมีค่าดัชนีที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 60% ระดับความเสรีของการค้าบริการในภูมิภาค แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สิงคโปร์และกัมพูชาเสรีมากที่สุด เมียนมาและเวียดนามค่อนข้างเสรี มีข้อจำกัดบ้างเล็กน้อย ขณะที่ประเทศที่เหลือถือว่ามีข้อจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ
แม้จะมีการลงนามกรอบข้อตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (อาฟาส หรือ AFAS) แต่ข้อตกลงดังกล่าวกลับไม่ได้ทำให้ประเทศต่างๆ เร่งแก้ไขกฎระเบียบภายในประเทศเพื่อให้เกิดความเสรีมากขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น แม้บางประเทศจะมีกฎระเบียบที่เสรีกว่าข้อตกลงภายใต้อาฟาส แต่ก็เป็นเพราะทำตามข้อตกลงอื่นภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ไว้แล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จึงไม่ใช่แค่อาเซียนที่ได้รับโอกาสเสรี
โดยเฉพาะในด้านการลงทุนธุรกิจบริการ ความพยายามในการแก้ไขเพื่อให้ประเทศอื่นในอาเซียนไปลงทุนในประเทศตัวเองได้ในสัดส่วนไม่เกิน 70% นั้น เป็นไปอย่างช้าๆ ในบางเซ็กเตอร์
เรื่องน่าสนใจคือ เมื่อจะเข้าไปลงทุนในต่างประเทศในบางประเภทธุรกิจจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ แต่การพิจารณาใบอนุญาตของแต่ละประเทศกลับไม่มีความแน่นอนคาดเดาไม่ได้ หลายประเทศยึดหลักพิจารณาแบบรายกรณีต้องผ่านการพิจารณาจากผู้บังคับใช้กฎหมายหลายหน่วยงาน ขณะเดียวกันในประเทศสมาชิกใหม่อาเซียน 4 ประเทศ ก็มีปัญหาจากการไม่มีกฎระเบียบชัดเจน ทำให้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าหากมีการปฏิรูปนโยบายจะเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจบ้าง
อย่างไรก็ดี มี 2 ภาคบริการที่มีความเสรีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 1.ธุรกิจคมนาคมทางอากาศ 2.การเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพภายใต้ความตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ทั้งสองภาคเสรีขึ้นได้เร็วกว่าส่วนอื่น เนื่องจากความรู้สึก “ภูมิภาคนิยม” ช่วยผลักดัน แต่ทั้งสองภาคก็ยังคงความเสรีในระดับที่ลึกกว่านี้เพื่อให้เป็นความเสรีอย่างแท้จริง
รายงานแนะนำว่า อาเซียนต้องไม่มองแต่เพียงอุปสรรคหรือกำแพงที่เป็นทางการเท่านั้น เพราะอุปสรรคแฝงด้านกฎระเบียบจะยังคงอยู่และกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้การเปิดเสรีของอาเซียนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาเซียนยังควรจัดตั้งคณะกรรมการติดตามดูแลกลไกอาฟาสเพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนข้อตกลงระดับภูมิภาคเป็นไปอย่างเต็มศักยภาพ
ที่สำคัญอาเซียนต้องร่วมมือให้ความช่วยเหลือกันในการแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบด้วย เพราะแต่ละประเทศในอาเซียนยังมีความหลากหลาย ช่องว่างความหลากหลายจะลดลงได้หากร่วมมือกัน
ที่ผ่านมาบางประเทศในอาเซียนเคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากการให้บริการเสรีในระดับภูมิภาค เช่น ไทยที่พยายามผลักดันตัวเองเป็นศูนย์กลางด้านบริการสุขภาพของภูมิภาค มาเลเซียผลักดันด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาข้ามพรมแดน สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์ กลางด้านการเงินของโลก
หลังจากนี้จึงอาจเป็นเวลาที่อาเซียนต้องใส่ใจและร่วมมือกันแก้ไขกฎระเบียบที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านบริการของภูมิภาค เพื่อให้การเปิดตลาดเสรีด้านบริการ นำพาความเจริญมาสู่ทุกประเทศในภูมิภาคนี้







