
ล็อกเป้าฝรั่งเศส
กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต้องเผชิญเหตุวินาศกรรมสะเทือนขวัญที่สุดอีกครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงที่สำนักงานหนังสือชาร์ลี เอ็บโด เมื่อช่วงต้นปีนี้ และเป็น 1 ใน 10 การก่อการร้ายครั้งรุนแรงที่สุดในยุโรปช่วง 10 ปีมานี้ หลังจากกลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุระเบิดและกราดยิงใน 6 จุดทั่วเมืองหลวง จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 150 คน และบาดเจ็บถึงราว 200 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัสราว 90 คน
กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต้องเผชิญเหตุวินาศกรรมสะเทือนขวัญที่สุดอีกครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงที่สำนักงานหนังสือชาร์ลี เอ็บโด เมื่อช่วงต้นปีนี้ และเป็น 1 ใน 10 การก่อการร้ายครั้งรุนแรงที่สุดในยุโรปช่วง 10 ปีมานี้ หลังจากกลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุระเบิดและกราดยิงใน 6 จุดทั่วเมืองหลวง จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 150 คน และบาดเจ็บถึงราว 200 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัสราว 90 คน
นับตั้งแต่ต้นปี 2015 ฝรั่งเศสเผชิญเหตุการณ์เกี่ยวกับการก่อการร้ายไปแล้วถึง 7 ครั้ง ครั้งที่รุนแรงที่สุดคือการบุกกราดยิงที่สำนักงานหนังสือชาร์ลี เอ็บโด จนมีผู้เสียชีวิตถึง 17 คน จากนั้นมายังคงมีการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะครั้งที่คนร้ายชาวโมร็อกโกใช้ปืนคาลาชนิคอฟ เอเค-47 หวังก่อเหตุกราดยิงบนรถไฟความเร็วสูงขบวนจากเบลเยียมไปฝรั่งเศส แต่มีพลเมืองดีชาวอเมริกัน 3 คน ขัดขวางเอาไว้ได้
สื่อหลายสำนักพากันตั้งคำถามว่า เหตุใดฝรั่งเศสจึงเผชิญการก่อการร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างข้อมูลจากรัฐสภาฝรั่งเศสในปีนี้ว่า ฝรั่งเศสเป็นชาติในยุโรปที่มีพลเมืองในประเทศไปเข้าร่วมกับกลุ่มนักรบอิสลามมากที่สุด โดยมีจำนวน 1,430 คน จากชาวยุโรป 3,000 คน ที่เดินทางไปยังซีเรียและอิรัก เพื่อเข้าร่วมเป็นนักรบญิฮัด และหากรวมพลเมืองยุโรปที่มีแนวโน้มฝักใฝ่กับนักรบอิสลามแล้ว คาดว่าจะมีจำนวนถึงราว 7,000 คน
“เรารู้ว่าการโจมตีเหล่านี้มาจากไหน มีหลายเหตุผลที่สนับสนุนว่าทำไมเราถึงต้องกลัว” ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวระหว่างการแถลงถึงเหตุโจมตีภายในบ้านครั้งล่าสุด
ทั้งนี้ ฝรั่งเศสมีนโยบายรับผู้อพยพเปิดกว้างมากที่สุด และมีผู้อพยพชาวมุสลิมมากที่สุดในยุโรป ทว่าเริ่มมีนโยบายที่ขัดแย้งกับผู้อพยพมากขึ้นในช่วงหลายปีหลังมานี้ เช่น การห้ามสตรีสวมผ้าคลุมศีรษะที่เห็นเฉพาะตา ขณะที่ผู้อพยพจำนวนมากต้องอยู่กันอย่างแออัดในแถบชานเมือง ท่ามกลางการหางานทำที่ยากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ย่ำแย่ลง
ปัจจุบันทางการฝรั่งเศสควบคุมตัวพลเมืองหัวรุนแรงตามเรือนจำทั่วประเทศแล้วกว่า 150 คน จากพลเมืองทั้งหมดกว่า 200 คน ที่คาดว่าได้เดินทางไปเข้าร่วมกับกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) และเดินทางกลับมายังฝรั่งเศสแล้ว
รัฐบาลฝรั่งเศสยังได้เพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยในบ้านแล้วหลังจากเกิดเหตุกราดยิงเมื่อต้นปี โดยได้กระจายกำลังทหาร 1 หมื่นนาย และตำรวจ 1,000 นาย ดูแลความปลอดภัยตามจุดสำคัญทั่วประเทศ และยังคงการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องอีกหลายเดือนตามมา นอกจากนี้ยังมีการผ่านกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่เมื่อเดือน พ.ค. เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ข่าวกรองสามารถดักฟังโทรศัพท์และอีเมลของบุคคลต้องสงสัยก่อการร้ายได้โดยไม่ต้องขอหมายศาลก่อน







