
Omotenashi Shikoku 15
อิ่มอร่อยกับเมนู Katsuo no Tataki ที่ Kuroshio Ichiban-kan แล้ว คณะของเราก็ออกเดินทางต่อไปยังหมู่บ้าน
อิ่มอร่อยกับเมนู Katsuo no Tataki ที่ Kuroshio Ichiban-kan แล้ว คณะของเราก็ออกเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ชื่อ Kure รถจอดให้เราลงตรงลานกว้างที่ดูคุ้นตา พอเดินไปเรื่อยๆ ผมนึกถึงสถานที่หนึ่งในเมืองไทยขึ้นมาทันที ใครชอบไปเที่ยวแถวพัทยาคงมีบ้างที่เคยแวะไปทานอาหารทะเลแถวบ้านอำเภอ ทางที่จะไปสัตหีบ ก่อนถึงสวนนงนุชหน่อยเดียว เมือง Kure นี่ทั้งขนาดและบรรยากาศคล้ายกับบ้านอำเภอเลยครับ ของดีของเด่นของเมืองนี้ที่เราต้องแวะมาก็คือ Kure Taisho-machi Ichiba หรือตลาดโบราณยุคไทโช ขอทำความเข้าใจเรื่องยุคสมัยกันสักนิด จะได้พอเข้าใจสภาพของแต่ละยุค เอาที่คุ้นๆ กันโดยเริ่มจากยุคเอโดะหรือยุคซามูไรเฟื่องฟู ยุคนี้กินเวลายาวนานกว่า 200 ปี อยู่ในช่วงปี ค.ศ.1600-1868 ตรงกับสมัยอยุธยาตอนกลางช่วงสมเด็จพระนเรศวรครองราชย์ ไปจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ยุคเมจิหรือยุคปฏิรูปญี่ปุ่นหลังจากปิดประเทศมานานกว่า 200 ปี เป็นยุคที่รับความรู้ต่างๆ จากประเทศโลกตะวันตกเข้ามาพัฒนาจนทำให้ญี่ปุ่นเจริญขึ้นผิดหูผิดตา อยู่ในช่วงปี ค.ศ.1868-1912 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อรัชกาลที่ 6 ของบ้านเรา ยุคไทโชหรือยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ก่อกำเนิดรากฐานการปกครองยุคใหม่ อยู่ในช่วงปี ค.ศ.1912-1926 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 ถึงต้นรัชกาลที่ 7 และตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งญี่ปุ่นเลือกข้างถูกไปเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรและขยายแสนยานุภาพทางทหารของตัวเองจนยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย แม้แต่ฝรั่งยังยอมรับ และยุคโชวะหรือยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ญี่ปุ่นก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางการทหารและกระโจนเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเต็มตัว รอบนี้เลือกข้างผิด แต่หลังสงครามกลับสามารถฟื้นฟูประเทศจนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับ 2 ของโลกในยุคนั้น อยู่ในช่วงปี ค.ศ.1926-1989 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 7 มาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน
กลับมาที่ Kure บรรยากาศของหมู่บ้านเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ (อีกเมืองหนึ่งแล้ว) เราเดินผ่านอาคารต่างๆ ที่ยังทิ้งร่องรอยของยุคไทโชไว้ให้เห็น ที่สะดุดตาผมที่สุดคือป้ายโฆษณาเก่าของสินค้าชื่อดังอย่าง ซอส Kikkoman และ Mizukan ที่ยังขายดิบขายดีจนถึงทุกวันนี้ แต่ที่ชวนรำลึกความหลังที่สุดคือ ป้ายของยากันยุงยี่ห้อคินโชที่มีโลโก้เป็นหัวไก่ เห็นแล้วนึกถึงเพลงโฆษณายุคผมยังเด็กที่มีเนื้อร้องขึ้นต้นว่า ค่ำลงมีแต่ยุง มีแต่ยุง มันยุ่งหัวใจ และท่อนท้ายว่า ฉีดไปปุ๊บ หล่นลงปั๊บ เจ้ายุงคอพับ ไม่มากวนใจ ขึ้นมาทันทีเลยครับ มาเดินเมืองนี้ชวนคิดถึงความหลังอีกแล้ว เกาะชิโกกุมีเสน่ห์ตรงนี้นี่เอง ไปเมืองไหนก็ชวนให้โหยหาอดีต เดินมาถึงหน้าตลาดเห็นป้ายรูปธงปลา Somemono ธงนำโชคของชาวประมงที่หน้าทางเข้า รู้ได้ทันทีว่านี่คือตลาดอาหารทะเล เดินเข้าไปแล้วเหมือนเดินอยู่ตลาดต่างจังหวัดบ้านเราเปี๊ยบ คุณน้านั่งขอดเกล็ดปลากับพื้น คุณยายยืนขายปลาแห้ง พี่ผู้ชายยืนแล่ปลาไหล เป็นบรรยากาศตลาดๆ ที่น่าเดินจริงๆ และไม่ได้มีแค่อาหารทะเลเท่านั้น ผักผลไม้หรือขนมก็มี ผมเหลือบไปดูอีกร้านเห็นมีป้ายเขียนไว้ว่า Utsubo Tataki อันนี้ก็น่าสนใจครับ เพราะเคยกินแต่เนื้อวัว เนื้อไก่ หรือเนื้อปลา ทาทากิ แต่นี่ปลาไหลมอเรย์ทาทากิ เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เลยลองขอเขาชิมดู อื้ม! อร่อยไม่เบาแฮะ นึกถึงประโยคที่ว่า ในทุกตลาดย่อมมีของอร่อยแอบซ่อนอยู่เสมอ ใครที่ชอบเดินตลาดคงจะพอนึกออกใช่มั้ยครับ







