
อีสานล่างขอตั้งเขตศก.พิเศษ กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
กลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง แม้จะมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ติดกับประเทศเพื่อนบ้านถึงสองประเทศ คือ ลาวและกัมพูชา
โดย...นิลา สิงห์คีรี
กลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง แม้จะมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ติดกับประเทศเพื่อนบ้านถึงสองประเทศ คือ ลาวและกัมพูชา แต่รัฐบาลก็ยังไม่มีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่นี้แต่อย่างใด ขณะที่จุดผ่านแดนสำคัญในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี อย่างช่องเม็กเชื่อมโยงกับทางตอนใต้ของประเทศลาว และช่องอานม้าเชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชา ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ ก็มีด่านช่องสะงำซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปยังเสียมราฐ เมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของกัมพูชา รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่เขาพระวิหารเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองประเทศในอนาคต จึงถือได้ว่ากลุ่มจังหวัดอีสานตอนใต้เป็นพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้อีกพื้นที่หนึ่ง
ในโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ที่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด 4 จังหวัด ในกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ซึ่งประกอบด้วย จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ ได้หารือร่วมกับประธานหอการค้าจังหวัด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และกรรมการ กรอ.กลุ่มจังหวัด เพื่อเสนอโครงการพัฒนาต่อที่ประชุม
สมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.อุบลราชธานี ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 กล่าวว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาทบทวนแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง เพื่อกำหนดจุดยืนทางยุทธศาสตร์ หรือ Positioning ของกลุ่มจังหวัด ที่มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องสำคัญทางเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ของประชาชนในพื้นที่
“ที่ประชุมได้ยืนยันจุดยืนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งมีประเด็นร่วมในการพัฒนารวม 3 ด้าน ได้แก่ 1.ข้าวหอมมะลิ 2.การท่องเที่ยว และ 3.การค้าชายแดน เนื่องจากเป็นประตูทางการค้ากับประเทศลาวและกัมพูชา”
ผู้ว่าฯ สมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมจะเสนอให้กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์แปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรขึ้นในพื้นที่กลุ่มจังหวัดดังกล่าว ขณะเดียวกันจะได้เสนอขอให้มีการพัฒนาระบบโลจิติกส์เพื่อเป็นการสนับสนุนและเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าในอนาคตต่อไปด้วย อันจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพด้านการลงทุนในภูมิภาคนี้และดึงดูดการลงทุน ทั้งจากผู้ลงทุนรายเดิมและรายใหม่ และเป็นการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดด้วย
เป็นข้อเสนอซึ่งน่าสนใจที่ผ่านการกลั่นกรองและเสนอโดยองค์กรร่วมทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ซึ่งคงต้องรอดูว่าที่ประชุมในวันที่ 12 พ.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่จะมาร่วมประชุมจะมีท่าทีอย่างไร







