
ดันด่านช่องสะงาปลุกการค้าอีสานใต้
พื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
โดย...เสนาะ วรรักษ์
พื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เป็นอีกด่านการค้าชายแดนหนึ่งที่มีศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หรืออีสานใต้ ที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพราะสามารถเชื่อมโยงสู่ตลาดอินโดจีนได้
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนการเปิดเออีซีปลายปีนี้ ยุทธนา วิริยะกิตติ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย มุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ และ พ.อ.ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้ลงพื้นที่สำรวจและตรวจพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับจุดประสงค์ลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากจะเร่งพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปีแล้วยังเตรียมจะดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ห้ามใช้ประโยชน์ (Buffer Zone) ตลอดทั้งทางธุรกรรมและธุรกิจให้อยู่ในระบบระเบียบและอยู่ในกรอบของกฎหมายอย่างถูกต้อง รวมทั้งด้านการจัดเก็บของพื้นที่ การจัดระเบียบร้านค้าต่างๆ การจัดเก็บภาษี การจัดระเบียบจราจร แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะมูลฝอยให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด
ยุทธนา บอกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อสำรวจตามแผนพัฒนาด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ศรีสะเกษ และด่านศุลกากรให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั้งชาวไทยและกัมพูชา รวมทั้งนักท่องเที่ยวในการสัญจรไปมาระหว่างกันให้เกิดความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจและออกแบบ นอกจากนี้กำลังเจรจากันทั้งสอง ประเทศในการพัฒนาประเทศไปพร้อมๆ กันให้ครอบคลุมทุกด้าน
ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวอีกว่า สำหรับบอร์เดอร์พาสทางจังหวัดได้อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มีความประสงค์จะเดินทางไปเที่ยวประเทศกัมพูชา ทางจังหวัดได้เปิดจุดบริการจัดทำบอร์เดอร์พาส 2 แห่ง คือ ที่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ และที่เมืองใหม่ช่องสะงำ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปใช้บริการได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
“ทางกระทรวงมหาดไทยเตรียมจะจัดส่งแบบพิมพ์มาให้แก่ทาง จ.ศรีสะเกษ ในเดือน พ.ย.นี้ ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็จะได้เร่งพัฒนาจัดระเบียบด่านถาวรช่องสะงำให้เสร็จสิ้นภายในปี 2558 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนชาวไทยและกัมพูชาเฉลิมฉลองอย่างมีความสุขทั่วหน้า” ยุทธนา กล่าว
แม้ว่าบรรยากาศการค้าจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ยังไม่มีมูลค่ามหาศาลเมื่อเทียบเท่ากับจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ แต่การค้าบริเวณแห่งนี้ยังคงมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะในอนาคตจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำจะเป็นประตูการค้าชายแดน “คู่แฝดช่องจอม” ที่จะช่วยปลุกการค้าและเศรษฐกิจของอีสานใต้ให้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะสามารถเชื่อมโยงไปสู่ตลาดอินโดจีนได้







