
ทวิตเตอร์ยกเครื่อง ดึงมือเก๋ากูเกิลเสริมทัพ
ทวิตเตอร์ อิงค์ เจ้าของโซเชียลมีเดียชื่อเดียวกันที่มีจุดเด่นที่เขียนได้ 140 คำ และสัญลักษณ์นกฟ้า
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
ทวิตเตอร์ อิงค์ เจ้าของโซเชียลมีเดียชื่อเดียวกันที่มีจุดเด่นที่เขียนได้ 140 คำ และสัญลักษณ์นกฟ้า ประสบปัญหาจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งตัวเอ้อย่างเฟซบุ๊ก จนทำให้นักลงทุนต่างถอนหุ้นของทวิตเตอร์ทิ้งไปตามๆ กัน ราคาหุ้นของทวิตเตอร์ก็ร่วงลงมาราว 19% นับตั้งแต่เปิดปี 2015 นี้มาจนถึงวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา
ทวิตเตอร์จึงต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างยกใหญ่ ด้วยการดึง แจ็ก ดอร์ซีย์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง กลับมานั่งแท่นประธานบริหาร (ซีอีโอ) อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยดอร์ซีย์กลับมาพร้อมกับประกาศจะปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
นั่นคือ การประกาศเลย์ออฟพนักงาน 336 ตำแหน่ง หรือราว 8% ของพนักงานทั้งหมด เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทวิตเตอร์นั้นมีพนักงานทั้งหมด 4,100 ตำแหน่ง จาก 35 สำนักงานทั่วโลก และวิศวกรก็คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของพนักงานทั้งหมด
การปลดพนักงานดังกล่าว ช่วยให้ทวิตเตอร์สามารถประหยัดรายจ่ายได้ 10-20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 351-700 ล้านบาท) และยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร 5-15 ล้านเหรียญสหรัฐ
อีกหนึ่งยุทธวิธีกู้สภาพของทวิตเตอร์ คือ การดึง โอมิด คอร์เดสตานี วัย 55 ปี ที่ปรึกษาอาวุโสของกูเกิล อิงค์ เจ้าของเสิร์ชเอนจิ้นชื่อดัง โดยจะเข้ามาให้คำปรึกษาในด้านการจ้างพนักงานและแนะนำวิธีบริหารให้แก่คณะบริหารของทวิตเตอร์
“หายากมากๆ ที่จะได้ทำงานร่วมกับบริษัทที่ทำธุรกิจอันน่าทึ่งและยังเปลี่ยนโลกใบนี้” คอร์เดสตานี กล่าวผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว
คอร์เดสตานี นับเป็นลูกจ้างเก่าแก่คนที่ 11 ของกูเกิล และได้ชื่อว่า “จิตวิญญาณของกูเกิล” เคยลาออกจากกูเกิลไปในปี 2009 และก่อนจะกลับเข้าทำงานอีกครั้ง โดยคอร์เดสตานีได้รับผลตอบแทนราว 130 ล้านเหรียญสหรัฐ เรียกได้ว่าเป็นลูกจ้างที่ค่าตัวแพงที่สุดในกูเกิลเลยทีเดียว!
นอกจากนี้ คอร์เดสตานียังได้เงินเดือนจากกูเกิล 2.365 แสนเหรียญสหรัฐ โบนัสอีก 6.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และหุ้นมูลค่ามากกว่า 123.5 ล้านเหรียญสหรัฐอีกด้วย โดยทางกูเกิลไม่ได้เปิดเผยว่า จะทำอย่างไรกับหุ้นให้คอร์เดสตานี หลังจากที่อดีตลูกจ้างเดินจากบริษัทไปอยู่กับทวิตเตอร์
เรียกได้ว่าแปลกใจกันทั้งซิลิคอน วัลเลย์ เลยทีเดียวที่ ทวิตเตอร์สามารถดึงตัวคอร์เดสตานีไปได้ ซึ่งแน่นอนว่า คอร์เดสตานีจะต้องได้รับการขอร้องให้หาวิธีกู้ชีพทวิตเตอร์ ที่มีจำนวนผู้ใช้พ่ายไปทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ที่เรียกได้ว่า เป็นคู่แข่งตัวใหญ่ของกูเกิลด้วยเช่นเดียวกัน
ทว่า ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มงาน คอร์เดสตานีก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปดอกแรกเสียแล้ว เพราะที่ผ่านมาคอร์เดสตานีแทบไม่เคยใช้ทวิตเตอร์เลย
ก่อนหน้านี้ คอร์เดสตานีทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวไปเพียง 15 ครั้งเท่านั้น นับตั้งแต่เปิดใช้งานเมื่อเดือน มี.ค. 2010 และ 4 ใน 15 ข้อความ ก็เพิ่งเขียนเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันประกาศจ้างจากทวิตเตอร์
ด้าน สกอตต์ เคสสเลอร์ นักวิเคราะห์ของเอสแอนด์พีแคปปิตอลไอคิว เปิดเผยว่า คอร์เดสตานีเพิ่งถูกลดบทบาทในกูเกิลลง หลังจากที่กูเกิลเปลี่ยนบริษัทเป็น อัลฟาเบท อิงค์
นอกจากนี้ คอร์เดสตานีจะเป็นประโยชน์ให้แก่ทวิตเตอร์อย่างมาก เนื่องจากคอร์เดสตานีมีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างธุรกิจโฆษณา และยังเปี่ยมไปด้วยทักษะการหาพนักงานที่มีพรสวรรค์อีกด้วย
“คอร์เดสตานียังมีคอนเนกชั่นกว้างขวางในซิลิคอน วัลเลย์ ทวิตเตอร์ต้องการพนักงานเลือดใหม่ และสมาชิกบอร์ดบริหารที่จะขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของบริษัท” เคสสเลอร์ กล่าว
หุ้นของทวิตเตอร์เริ่มกลับมาขึ้นอีกครั้ง นับตั้งแต่ดอร์ซีย์เข้ารับตำแหน่งซีอีโอ รวมถึงจำนวนผู้ใช้ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ก็เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 316 ล้านราย
นอกจากนี้ กูเกิลยังเปิดเผยฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า “โมเมนต์” เอาไว้ตามข่าวสารและเหตุการณ์สดๆ บนทวิตเตอร์ได้ง่ายขึ้น
อนาคตของทวิตเตอร์ดูจะสดใสขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ที่ถึงขั้นเกิดข่าวลือว่าจะมีคน (ที่รวมถึงกูเกิล) เข้ามาซื้อไปเลยทีเดียว







