posttoday
ดอลลาร์ยวบ ไม่เชื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ดอลลาร์ยวบ ไม่เชื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ย

16 ตุลาคม 2558

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าลง นักลงทุนเชื่อเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในระยะนี้ อาจรอยาวถึงปีหน้า ตลาดเกิดใหม่เริ่มดึงดูดทุนอีกครั้ง ค่าเงินเอเชียแข็งกันถ้วนหน้า

ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำกว่า 118 เยน/เหรียญสหรัฐ แล้วในการซื้อขายที่นิวยอร์ก และอ่อนลงไปแตะที่ระดับ 119.60-62 เยน/เหรียญสหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียวเมื่อวานนี้ โดยเป็นการอ่อนค่าลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค.ทีเดียว

การอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐในครั้งนี้เป็นผลมาจากที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐหลายรายการไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ทำให้เกิดการคาดการณ์กันว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 27-28 ต.ค.นี้

กระนั้นก็ตาม แม้ว่านักลงทุนส่วนหนึ่งมองว่า การอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐนั้นอาจจะเป็นไปในระยะสั้นเท่านั้น แต่การคาดการณ์ว่าเฟดจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปในระยะหนึ่งนั้น ก็ทำให้นักลงทุนกล้าที่กลับมาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นกว่าเดิมในช่วงนี้

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยยอดค้าปลีกประจำเดือน ก.ย. โดยปรับขึ้นเพียง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.2% นอกจากนั้นดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐในเดือน ก.ย. ยังปรับลดลง 0.5% อีกด้วย ถือว่าเป็นการปรับลดที่รุนแรงที่สุดในรอบ 8 ปี

นอกจากนั้นแล้ว ธนาคารกลางสหรัฐยังเปิดเผยรายงานกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ หรือ เบจบุ๊ก ซึ่งพบว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นเริ่มชะลอตัวลงหลังจากที่ประสบกับปัญหาค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาคการผลิตและการท่องเที่ยว

เคนโก ซูซูกิ หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์อัตราแแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ให้ความเห็นว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเริ่มแย่ลง และทำให้การตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐจะถูกเลื่อนออกไปสักระยะหนึ่ง

“ผู้เล่นในตลาดกำลังถูกบังคับให้ทบทวนสถานการณ์ใหม่ ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับปีนี้ จนกว่าจะถึงเดือน มี.ค.ปีหน้า หรือนานกว่านั้น” ซูซูกิ กล่าว

ทั้งนี้ นักลงทุนยังจะต้องจับตามองข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐอีกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นดัชนีราคาผู้บริโภค รวมไปถึงผลการสำรวจภาคการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก ซึ่งจะมีการประกาศภายในสัปดาห์นี้

การอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐยังส่งผลให้ค่าเงินในเอเชียปรับตัวแข็งค่าขึ้นด้วยหลายสกุลเงินทีเดียว โดยค่าเงินรูเปียห์ ของอินโดนีเซียแข็งค่าขึ้น 2.4% ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียแข็งค่าขึ้น 1.5% ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้แข็งค่าขึ้น 1.5% ค่าเงินรูปีของอินเดียแข็งค่าขึ้น 0.4% และค่าเงินบาทของไทย และเหรียญไต้หวันแข็งค่าขึ้น 0.6%

ขณะเดียวกัน ทางด้าน ดักลาส บอร์ธวิคก์ หัวหน้าฝ่ายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินของบริษัทโบรกเกอร์ แชปเดอเลย แอนด์โค ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กว่า ธนาคารกลางสหรัฐนั้นยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ ถ้าหากพิจารณาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ปรากฏออกมาเป็นระยะๆ ในช่วงนี้

ตลอดปีที่ผ่านมานี้ ค่าเงินของบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ และประเทศกำลังพัฒนานั้นอ่อนตัวลงอย่างรุนแรง หลังจากที่นักลงทุนพากันเทขายและหันกลับไปลงทุนในสหรัฐ ท่ามกลางการคาดหมายว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกบี้ยในอนาคต

ทั้งนี้ จากการสำรวจยังพบว่า นักลงทุนที่เชื่อว่าเฟดจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. นั้นปรับลดลงมาอยู่ที่ 27% เท่านั้น จากเดิมที่ 41% เมื่อปลายเดือน ก.ย. ขณะที่โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค.นี้ อยู่ที่ 4% เท่านั้น

บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า นักลงทุนกำลังหันกลับมายังตลาดเกิดใหม่มากขึ้น ท่ามกลางการคาดเดาว่าเฟดจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้ ซึ่งทำให้ตลาดเกิดใหม่กำลังกลับมามีแรงดึงดูดทุนต่างชาติมากขึ้น

ทั้งนี้ ขณะที่ดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่ยังปรับขึ้นถึง 2% ที่กรุงลอนดอน เมื่อวานนี้ หลังจากที่ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ดัชนีดังกล่าวได้หดตัวลงไปมากกว่า 3% ขณะที่ดัชนีตลาดกำลังพัฒนาก็หล่นลงไปถึง 9.7% ตลอดทั้งปีนี้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69