
สิงคโปร์ลุยกระตุ้น เบรกเงินแข็งเร็วเกิน
แม้สิงคโปร์จะสามารถหลีกเลี่ยงการตกสู่ภาวะถดถอยไปได้ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา แต่ทว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์กลับขยายตัวไม่น่าพอใจอย่างยิ่งที่ บวก 0.1% หลังไตรมาสก่อนหดตัวแรงไปถึง 2.5% ทำให้คณะกรรมการการเงินของสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) ประกาศชัดเจนว่าจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และชะลอไม่ให้ค่าเงินของสิงคโปร์แข็งค่าเร็วเกินไป
แม้สิงคโปร์จะสามารถหลีกเลี่ยงการตกสู่ภาวะถดถอยไปได้ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา แต่ทว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์กลับขยายตัวไม่น่าพอใจอย่างยิ่งที่ บวก 0.1% หลังไตรมาสก่อนหดตัวแรงไปถึง 2.5% ทำให้คณะกรรมการการเงินของสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) ประกาศชัดเจนว่าจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และชะลอไม่ให้ค่าเงินของสิงคโปร์แข็งค่าเร็วเกินไป
เศรษฐกิจสิงคโปร์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวของจีน ซึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของสิงคโปร์ และคิดเป็นสัดส่วน 15% ของการส่งออกทั้งหมดของสิงคโปร์อีกด้วย โดยการนำเข้าของจีนในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ลดลงมากถึง 20% ในรูปแบบสกุลเหรียญสหรัฐ
“แนวโน้มเศรษฐกิจจีนทำให้การลงทุนหดตัวลงรุนแรง และเมื่อนำหลายปัจจัยรวมกัน จึงเกิดผลกระทบต่อประเทศที่พึ่งพิงสินค้าโภคภัณฑ์และการค้ากับประเทศจีน” เอ็มเอเอส ระบุ
หากสิงคโปร์ใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน สิงคโปร์จะกลายเป็นประเทศล่าสุดที่ใช้นโยบายทางการเงินเข้าสู้กับเศรษฐกิจชะลอตัว ตามหลังอินเดียและไต้หวัน ขณะที่เกาหลีใต้และอินโดนีเซียจะหารือผู้กำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 15 ต.ค.นี้
สิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ยังต้องจับตาญี่ปุ่นที่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะหดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส และอาจทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม







