
เอดีบีหั่นคาดการณ์ศก.เอเชีย
เอดีบีหั่นเศรษฐกิจเอเชีย อ้างเหตุจีนชะลอตัวกระทบทั้งทวีป
เอดีบีหั่นเศรษฐกิจเอเชีย อ้างเหตุจีนชะลอตัวกระทบทั้งทวีป
ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียในปีนี้ลง โดยให้เหตุผลว่าการชะลอตัวของจีนจะสร้างผลกระทบในส่วนที่เหลือของเอเชีย ซึ่งปรับลงมาอยู่ที่ 5.8% และ 6% ในปี 2016 จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจเอเชียจะเติบโตอยู่ที่ 6.3% ทั้งสองปี เมื่อเดือน มี.ค.
นอกจากนี้ เอดีบียังปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจจีนในปีนี้ลงเป็น 6.8% จากเดิมที่ 7.2% ถือเป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศรายล่าสุดที่ออกมาปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าช่วงวิกฤตเทียนอันเหมินในปี 1990 และต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่วางไว้ที่ 7%
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจจีนลง 0.1% เหลือ 6.7%
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่จีนต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาด ซึ่งสร้างความกังวลต่อว่าอาจบั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจจีน จนเป็นเหตุให้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ตัดสินใจปรับลดอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนในที่สุด
“การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและอินเดียเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตามกลุ่มประเทศกำลังพัฒนายังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก” ชางจิ้นเหว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอดีบี กล่าว
รายงานยังระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของจีนมากที่สุด โดยเอดีบีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอาเซียนจะเติบโตอยู่ที่ 4.4% ในปีนี้ ก่อนปรับเพิ่มเป็น 4.9% ในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ชางจิ้นเหว่ย ระบุว่า มุมมองโดยภาพรวมต่อเศรษฐกิจในเอเชียยังถือเป็นเชิงบวก แต่จะได้รับผลกระทบจากสภาพทุนไหลออกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ่อนแอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการชะลอตัวของแดนมังกร
เอดีบียังเตือนให้ธนาคารกลางทั่วเอเชียเตรียมรับมือกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากที่หลายประเทศต้องเผชิญกับสภาพทุนไหลออกขนาดใหญ่ซึ่งมุ่งไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยในสหรัฐ
“เพื่อป้องกันผลกระทบของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ผู้กำหนดนโยบายทางการเงินของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการสร้างเสถียรภาพในภาคการเงินและการกระตุ้นแรงซื้อภายในประเทศ” รายงานของเอดีบี ระบุ
รายงานของเอดีบีมีขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายทางการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ อย่างไรก็ตาม เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด ยืนยันว่าสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้อย่างแน่นอน







