posttoday
วอลสตรีทเสียงแตก สับสนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

วอลสตรีทเสียงแตก สับสนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

14 กันยายน 2558

ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดประชุมนโยบายนาน 2 วัน ในระหว่างวันที่ 16-17 ก.ย.นี้

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดประชุมนโยบายนาน 2 วัน ในระหว่างวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ และจะมีการแถลงของ เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด ซึ่งมีการคาดคะเนกันว่า เฟดอาจจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2008 ในวันดังกล่าว ทว่าในขณะนี้นักวิเคราะห์ของวอลสตรีทนั้นยังคงมีความเห็นแตกต่างกันอย่างหนักว่าเฟดจะประกาศขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่

ไม่เพียงแต่บรรดานักวิเคราะห์จะไม่สามารถออกความเห็นไปในทางเดียวกันได้แล้ว นักวิเคราะห์ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย

เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ “บริดจ์ วอเตอร์ แอสโซซิเอตส์”  ซึ่งเป็นเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ที่สุดในโลก เห็นว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้นถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงนโยบายที่ผิดพลาดร้ายแรงท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปราะบางอยู่ในขณะนี้ และอาจจะทำให้บรรดาผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางต้องเปลี่ยนทิศทางการกระตุ้นเศรษฐกิจกลับมาพิมพ์ธนบัตรเข้าสู่ระบบอีกครั้งหนึ่ง กระนั้นทางด้าน วิลเลียม ลี นักเศรษฐศาสตร์จากซิตี้ กรุ๊ป มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐได้ขยายตัวในระดับที่มากมานาน 7 ปีแล้ว นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่ามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะต้านทานกับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยได้

ขณะที่ทางด้าน กาย ฮาเซลแมน นักวางยุทธศาสตร์การลงทุนของธนาคารสโกเทีย แบงก์ ยอมรับว่า ตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ในวอลสตรีทมานาน 30 ปีนั้น ไม่เคยพบสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความสับสนมากเท่านี้มาก่อน หลังจากที่เฟดได้ส่งสัญญาณที่สร้างความสับสนให้กับนักลงทุนมาหลายต่อหลายครั้ง โดยเห็นได้จากการที่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดได้ออกมากล่าวถึงการขึ้นดอกเบี้ยว่าอาจจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและขอให้เฟดพิจารณาเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน แต่ในเพียงวันถัดมา เจ้าหน้าที่เฟดอีกคนก็ออกมากระตุ้นให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยได้แล้ว

การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดนั้น ถือว่าเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะว่าถ้าหากเฟดตัดสินใจผิดพลาด ไม่ว่าจะประกาศขึ้นดอกเบี้ย หรือประกาศเลื่อนออกไปนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรง และจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของเฟดเองด้วยหากเป็นการตัดสินใจผิดพลาด

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ในขณะนี้มีนักลงทุนราว 28% ที่เชื่อว่า เฟดจะประกาศขึ้นดอกเบี้ยหลังจากสิ้นสุดการประชุมในวันที่ 17 ก.ย.นี้ โดยเห็นว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยที่ 0.25% ไปอยู่ที่ 0.5% ขณะที่นักลงทุนอีกราวครึ่งหนึ่งเชื่อมั่นอย่างมากว่าจะต้องมีการขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน

กระนั้นก็ตาม นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งก็มองเห็นว่า ในขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นเป็นไปอย่างมั่นคง แต่กระนั้นก็ไม่สามารถนำประเด็นดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยได้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศอื่นๆ กำลังมีปัญหาหนัก โดยเฉพาะปัญหาในจีน ซึ่งแน่นอนว่าควรจะนำปัจจัยนี้มาผนวกในกระบวนการตัดสินใจด้วย

นอกจากนั้น นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งมองเห็นว่า เฟดควรจะใช้นโยบายใหม่ๆ อย่างอื่นเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าที่เป็นมา อย่างเช่น ปีเตอร์ เชียร์ จากกองทุนบรีน ให้ความเห็นว่า 7 ปีที่ผ่านมากับการใช้อัตราดอกเบี้ย 0% นั้น ไม่ได้แก้ปัญหาของสหรัฐได้ทุกอย่างเสมอไป ดังนั้นเฟดควรจะเริ่มการใช้นโยบายอื่นบ้างได้แล้ว

เชียร์ชี้ว่า เห็นได้จากความปั่นป่วนและความผันผวนของตลาดหุ้นที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เฟดตัดสินใจว่าจะต้องเริ่มขึ้นดอกเบี้ยได้แล้ว แทนที่จะกดให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำในระยะเวลานานเกินไป โดยจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า การใช้นโยบายทางการเงินของสหรัฐนั้นได้ทำให้นักลงทุนกล้าที่จะเสี่ยงมากขึ้น

ด้าน อเล็ก โรเวอร์ นักวิเคราะห์จาก เจ.พี.มอร์แกน เชส ซึ่งค่อนข้างมีความเห็นเป็นกลางต่อกรณีนี้ มองว่า มีความเสี่ยงสูงที่บรรดานักลงทุนกำลังประเมินสถานการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ต่ำเกินไป ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งทำให้การใช้นโยบายทางดอกเบี้ยนั้นมีความรัดกุมขึ้น ซึ่งจะสร้างความตกใจให้กับตลาดได้ โดยคาดว่าพันธบัตรระยะ 2 ปี ของสหรัฐจะมีอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นไปที่แตะ 1.7% จากเดิมที่ 0.71% เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

โรเวอร์ มองว่า วัฏจักรของการขึ้นดอกเบี้ยนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ยากสำหรับนักลงทุนที่จะติดตามตลาด เพราะว่าปัจจัยเสี่ยงต่อสหรัฐนั้นมีทั้งในสหรัฐเอง รวมไปถึงสถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกประเทศด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่