posttoday
จีนพยุงหุ้นหลังการค้าย่ำแย่ ญี่ปุ่น-ยูโรโซนปรับขึ้นจีดีพี

จีนพยุงหุ้นหลังการค้าย่ำแย่ ญี่ปุ่น-ยูโรโซนปรับขึ้นจีดีพี

09 กันยายน 2558

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ตลาดหุ้นจีนเอาตัวรอดขึ้นมาได้ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ หลังจากที่ในช่วงแรกของการซื้อขายนั้น ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วงลงไปอย่างรุนแรงหลังจากที่จีนได้เปิดเผยตัวเลขการค้าต่างประเทศในเดือน ส.ค.ปรับลดลงถึง 9.7% อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเมื่อปิดตลาดดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตจะกลับมาปิดได้ในแดนบวกปรับเพิ่มขึ้น 90.03 จุด หรือ +2.92% ไปปิดที่ 3,170.45 จุด เป็นการปิดตลาดในแดนบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 วัน

การเข้าซื้อในช่วงท้ายของการซื้อขายเป็นผลมาจากที่นักลงทุนคาดการณ์กันว่า ทางการจีนจะยังคงปล่อยให้บริษัทสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์แห่งจีน (ซีเอสเอฟซี) ซึ่งเป็นบรรษัทของรัฐเข้าช่วยซื้อหุ้นในตลาดต่อไป เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดภายหลังจากที่ตัวเลขการค้าของจีนนั้นย่ำแย่

โดยเมื่อวานนี้ สำนักงานศุลกากรของจีนเปิดเผยตัวเลขการค้าต่างประเทศประจำเดือน ส.ค. พบว่าปริมาณการค้าต่างประเทศปรับลดลงถึง 9.7% เป็นการปรับลดติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 โดยมีมูลค่าการค้าต่างประเทศโดยรวมอยู่ที่ 2.04 ล้านล้านหยวน

การนำเข้าของจีนในเดือนดังกล่าวปรับลดลง 14.3% มาอยู่ที่ 8.361 แสนล้านหยวน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ตัวเลขการส่งออกนั้นก็ปรับลดลง 6.1% ลงมาอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านหยวน แม้ว่าจะเป็นปริมาณลดลงที่น้อยกว่าในเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 8.1% แต่ก็ถือว่าเป็นการปรับลดติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แล้ว

แต่กระนั้น จีนก็ยังได้ดุลการค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20.1% ไปอยู่ที่ 3.86 แสนล้านหยวน ในเดือน ส.ค.

ทั้งนี้ การนำเข้าที่ลดลงในครั้งนี้ถือว่ามากกว่าในเดือน ก.ค.ที่ปรับลดลงอยู่ที่ 8.1% อันเป็นสัญญาณว่านโยบายการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีนที่มุ่งหน้าลดการส่งออก และเพิ่มการบริโภคภายในประเทศนั้นยังไม่ได้ผลนัก อันเป็นผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาลงในจีน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคการลงทุนก่อสร้างนั้นอยู่ในช่วงที่ชะลอตัวรุนแรง อันเป็นผลจากความซบเซาในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในวงกว้างด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของการค้าต่างประเทศในปีนี้อยู่ที่ 6% ซึ่งขณะนี้ยังถือว่ายังห่างไกลจากเป้าหมายอยู่มาก อันเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากปริมาณการค้าโลกที่ชะลอตัวลง รวมไปถึงภาวะซบเซาที่เกิดขึ้นในตลาดภายในของจีนเอง ขณะที่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาจีนก็เพิ่งปรับลดตัวเลขการเติบโตของจีดีพีเมื่อปีที่แล้วลดลงจากเดิมที่ 7.4% มาอยู่ที่ 7.3% ด้วย

ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์กรายงานว่า จีนได้เตรียมแผนที่จะแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และเปิดขายหุ้นของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะเป็นการยกเครื่องธุรกิจครั้งใหญ่ของจีนนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมาเลยทีเดียว

ในแถลงการณ์ร่วมระหว่างคณะกรรมาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ และสภาแห่งชาติ ระบุว่า จีนจะผลักดันให้บรรดารัฐวิสาหกิจเกิดการปฏิรูปและเปิดกว้างสู่สาธารณชนมากขึ้น

นอกจากนั้น รัฐบาลจีนยังวางแผนที่จะจัดตั้งกลไกการลงทุนพิเศษขึ้นเพื่อจัดการเงินทุนของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ รวมไปถึงการปรับโครงสร้าง หรือควบรวมกิจการของบรรดารัฐวิสาหกิจด้วย และในขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนก็จะส่งเสริมให้มีการผสมผสานกันระหว่างทุนของเอกชนและทุนของรัฐบาลมากขึ้นเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ทางด้านญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ได้ประกาศปรับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ของปีนี้ใหม่ โดยจากเดิมที่ -1.6% มาอยู่ที่ -1.2% แต่กระนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเตือนว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจญี่ปุ่นก็ยังไม่ดีนัก โดยเฉพาะการใช้จ่ายภายในประเทศ และการส่งออกนั้นยังคงน่าวิตกกังวลอยู่

โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคในญี่ปุ่นซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 60% ของจีดีพีประเทศนั้นปรับลดลง 0.7% ในช่วงไตรมาส 2 น้อยลงกว่าตัวเลขที่ประกาศเดิมก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ 0.8% ขณะที่ภาคการส่งออกในไตรมาส 2 นั้นก็ปรับลดลง 4.4% ด้วย และการนำเข้าก็ปรับลดลง 2.6%

ส่วนการลงทุนของภาคธุรกิจก็ปรับลดลงเช่นกันที่ 0.9% ซึ่งถือว่ามากกว่าที่ประกาศไว้ก่อนหน้าที่ลดลง 0.1% เท่านั้น

ทั้งนี้ แม้ว่าญี่ปุ่นจะปรับตัวเลขการเติบโตใหม่ดีขึ้นดังกล่าว แต่กระนั้นนักลงทุนก็ยังตอบสนองในทางลบ อีกทั้งยังมีข่าวด้านลบจากตัวเลขการค้าต่างประเทศของจีนที่ปรับลดลงดังกล่าวด้วย ทำให้ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ปิดตลาดปรับลดลงไป 433.39 จุด หรือ -2.43% ไปปิดที่ 17,427.08 จุด

ในวันเดียวกัน ทางด้านยูโรโซนได้ประกาศปรับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ของปีนี้เช่นกัน โดยปรับขึ้นมาอยู่ที่ 0.4% จากเดิมที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ 0.3% อย่างไรก็ตามก็ยังถือว่าต่ำกว่าในช่วงไตรมาสแรกซึ่งอยู่ที่ 0.5%

ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้คาดการณ์แนวโน้มไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนจะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมถึงจีนด้วย

นอกจากนั้น ยูโรโซนยังเปิดเผยตัวเลขการใช้จ่ายจากภาครัฐซึ่งปรับขึ้น 0.3% ในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตามการลงทุนนั้นกลับลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับตัวเลขในไตรมาสแรกที่ 1.4%

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69