
มาเลย์ตั้งทีมกู้เศรษฐกิจ
ดูเหมือนว่านอกเหนือจากวิกฤตการเมืองเรื่องอื้อฉาวของนายกรัฐมนตรี นายนาจิบ ราซัค ในคดีคอร์รัปชั่นกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ “วันเอ็มดีบี” แล้ว เศรษฐกิจมาเลเซียยังได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนโลกอย่างรุนแรง ทำให้ค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลงมากที่สุด เมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยเมื่อเทียบแล้วเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นถึง 21% เมื่อเทียบกับริงกิตเพิ่ม 13% เมื่อเทียบกับค่าเงินรูเปียห์ อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับค่าเงินเปโซ ฟิลิปปินส์ และเพิ่ม 8% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทไทย
ดูเหมือนว่านอกเหนือจากวิกฤตการเมืองเรื่องอื้อฉาวของนายกรัฐมนตรี นายนาจิบ ราซัค ในคดีคอร์รัปชั่นกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ “วันเอ็มดีบี” แล้ว เศรษฐกิจมาเลเซียยังได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนโลกอย่างรุนแรง ทำให้ค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลงมากที่สุด เมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยเมื่อเทียบแล้วเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นถึง 21% เมื่อเทียบกับริงกิตเพิ่ม 13% เมื่อเทียบกับค่าเงินรูเปียห์ อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับค่าเงินเปโซ ฟิลิปปินส์ และเพิ่ม 8% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทไทย
ล่าสุดนั้นผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมาเลเซียระยะ 10 ปี ยังพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดตั้งแต่ปี 2008 ด้วย โดยเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 4.42% ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงมากขึ้น
ด้าน นายราซัค นายกฯ ได้ประกาศว่ารัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจชุดพิเศษขึ้น เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งให้อัตราการเติบโตของมาเลเซียกลับสู่โมเมนตัมเดิม หลังจากที่การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันโลก รวมไปถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะราคาน้ำมันปาล์มได้ส่งผลกระทบต่อมาเลเซียอย่างรุนแรง
นายราซัค ให้ความเชื่อมั่นว่า การเติบโตของเศรษฐกิจมาเลเซียในช่วงปีที่แล้วยังแข็งแกร่งและจะต้องดำเนินต่อไปให้ได้ และว่าระบบการเงินของมาเลเซียยังคงไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลกที่เกิดขึ้น โดยที่ตลาดทุนของมาเลเซียยังคงอยู่ในสภาวะปกติอยู่







