
จีนอัดฉีดงบเพิ่ม6.6แสนล้าน
พีบีโอซีอัดฉีดเพิ่มสภาพคล่องมากสุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2014 หลังอ่อนค่าเงินหยวน
พีบีโอซีอัดฉีดเพิ่มสภาพคล่องมากสุดนับตั้งแต่ ม.ค. 2014 หลังอ่อนค่าเงินหยวน
ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ประกาศอัดฉีด 1.2 แสนล้านหยวน (ราว 6.6 แสนล้านบาท) ผ่านข้อตกลงการซื้อคืนพันธบัตรระยะเวลา 7 วัน ซึ่งเป็นการอัดฉีดผ่านธนบัตรดังกล่าวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2014 และมากกว่า 4 หมื่นล้านหยวน ในวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา
ยูจีนหลิว นักกลยุทธ์ของดีบีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ บริษัทด้านการเงินใหญ่ของเอเชีย เปิดเผยว่า พีบีโอซีกำลังพยายามรักษาเสถียรภาพและเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด หลังการอ่อนค่าเงินหยวนส่งผลให้เกิดความกังวลต่อการเก็งกำไรระยะกลางที่อ่อนแอมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่พีบีโอซีประกาศปรับลดอัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนรายวัน ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง 2.8% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและนักลงทุนต่างถอนทุนสกุลเงินหยวน ในขณะเดียวกันผลสำรวจของบลูมเบิร์ก ประเมินว่าเงินทุนสำรองของจีนจะปรับตัวลดลง 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จากมาตรการอ่อนค่าเงินดังกล่าว
นอกจากนี้ วารสารของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีนยังชี้ให้เห็นว่าพีบีโอซีอาจปรับลดอัตราเงินทุนสำรองธนาคารพาณิชย์อีกเร็วๆ นี้ หลังค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง อาจทำให้ธนาคารพาณิชย์ขาดกระแสเงินสดได้
เจ้าเฮา นักเศรษฐศาสตร์จากคอมเมิร์ซแบงก์ เอจี วาณิชยการจากเยอรมนี สาขาสิงคโปร์ กล่าวว่า ยิ่งพีบีโอซีแทรกแซงตลาดค่าเงินมากเท่าไรยิ่งต้องอัดฉีดมากเท่านั้น และหากจีนอัดฉีดมากเกินไปจะยิ่งทำให้ตลาดกังวลต่อการเกิดการอ่อนค่าเงินหยวนอีก
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับลง 6.2% เป็น 3748.16 จุด เหนือกว่าจุดต่ำสุดในวันที่ 8 ก.ค. นับตั้งแต่จุดสูงสุดเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเพียง 240 จุด โดยการปรับลดลงดังกล่าวนำโดยรัฐวิสาหกิจในเซี่ยงไฮ้ที่นักลงทุนกังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจของจีน
นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 58% จากทั้งหมดยังต้องระงับการซื้อขายหุ้นหลังมูลค่าหลักทรัพย์ลดต่ำลงถึงจุดที่รัฐบาลจีนจำกัดไว้ที่ 10%
ขณะเดียวกัน สตีฟ หวัง ผู้อำนวยการวิจัยของรีโอเรียนท์กรุ๊ป บริษัทวิจัยนโยบายการเงินจีน กล่าวว่า นักลงทุนต่างสงสัยเมื่อใดรัฐบาลจะเข้ามาจัดการควบคุมการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างที่เคยทำระหว่างวัน หลังจากที่หลักทรัพย์เริ่มตกอย่างรวดเร็วในเวลาราว 14.00 น.







