จีนหั่นหยวนแรงสุดใน 20 ปี
จีนประกาศปรับลดอัตราอ้างอิงเงินหยวนรายวันลงเกือบ 2% เป็นการปรับลดในวันเดียวที่มากที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
จีนประกาศปรับลดอัตราอ้างอิงเงินหยวนรายวันลงเกือบ 2% เป็นการปรับลดในวันเดียวที่มากที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ
ธนาคารกลางจีนได้ประกาศปรับลดค่าเงินหยวนครั้งสำคัญเมื่อวานนี้ โดยปรับลดอัตราอ้างอิงแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนรายวันลง 1.86% ไปอยู่ที่ 6.2298 หยวน/เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับในวันก่อนหน้าที่ 6.1162 หยวน/เหรียญสหรัฐ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญของประเทศ ซึ่งการปรับลดค่าเงินของจีนในครั้งนี้จะทำให้สินค้าจีนมีราคาถูกลง และจะเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นการเติบโตครั้งสำคัญหลังจากที่ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนต้องพบกับภาวะชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง
ที่ผ่านมาจีนได้ตรึงค่าเงินหยวนไว้กับเงินเหรียญสหรัฐ และในช่วงที่ผ่านมานั้นค่าเงินเหรียญแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินหยวนนั้นแข็งค่าตามขึ้นไปด้วย โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการปรับลดค่าเงินหยวนในครั้งนี้จะทำให้สหรัฐมีปฏิกิริยาในทางลบทันที เนื่องจากที่ผ่านมานั้นสหรัฐได้กล่าวหาจีนมาโดยตลอดว่าแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริง
“ผู้กำหนดนโยบายและธนาคารจีนยังคงวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในภาครวม ที่จีนต้องเผชิญหน้าหลังจากที่ค่าเงินแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่นมา” เชี่ยนหวัง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากแวนการ์ด กรุ๊ป ในฮ่องกงให้ความเห็น
ทั้งนี้ จีนอนุญาตให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นหรืออ่อนลงได้มากที่สุด 2% จากอัตราอ้างอิงแลกเปลี่ยนรายวัน แต่กระนั้นจีนก็เริ่มที่จะพิจารณาให้ราคาปิดค่าเงินวันก่อนหน้าเป็นตัวกำหนดค่าเงินได้มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้จีนยังคงต้องควบคุมค่าเงินอย่างเคร่งครัดนั้นก็คือความหวั่นเกรงว่าค่าเงินจะแกว่งมากเกินไป และการไหลเวียนของทุนที่เปราะบางนั้นอาจจะสร้างปัญหา และความเสี่ยงให้กับภาคการเงินของจีนได้
วังเตา หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจจีนจากธนาคารยูบีเอส คาดการณ์ว่า ค่าเงินหยวนอาจจะอ่อนตัวลงไปแตะ 6.5 หยวน/เหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปีนี้ โดยในระหว่างการซื้อขายในช่วงบ่ายเมื่อวานนี้นั้น ค่าเงินหยวนอ่อนลงไปอยู่ที่ 6.3195 หยวน/เหรียญสหรัฐ จากราคาปิดเมื่อวันจันทร์ที่ 6.2096 หยวน/เหรียญสหรัฐ
การแทรกแซงค่าเงินหยวนของจีนในครั้งนี้ทำให้ตลาดหุ้นและตลาดเงินในเอเชียได้รับผลกระทบในทันที โดยดัชนีค่าเงินรวมของสกุลเงินในเอเชียเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนตัวลงไป 1.6% ในการซื้อขายที่ตลาดลอนดอน นับเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ขณะที่ค่าเงินเหรียญออสเตรเลีย ค่าเงินวอนเกาหลีใต้ และค่าเงินเหรียญสิงคโปร์ ก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 1% เช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นการอ่อนตัวลงที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 ส่วนดัชนีค่าเงินรวมของ 20 ประเทศกำลังพัฒนาอ่อนตัวลง 0.4%
นอกจากนั้น ยังทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐและเยอรมนีปรับลดลงอย่างน้อย 0.03% ด้วย
ผลกระทบจากการปรับค่าเงินของจีนในครั้งนี้ยังส่งผลไปยังตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ด้วย โดยดัชนีรวมเอ็มเอสซีไอ ตลาดเกิดใหม่ปรับตัวลดลง 0.5% โดยหุ้นในกลุ่มการบินของจีนนั้นปรับลดลงมากที่สุดเนื่องจากหวั่นเกรงว่าค่าเงินหยวนที่อ่อนตัวลงจะยิ่งทำให้สายการบินเหล่านี้มีต้นทุนทางด้านเชื้อเพลิงสูงขึ้น
นอกจากนั้น หุ้นกลุ่มยานยนต์ยุโรปปรับตัวลดลงมากที่สุด ตามมาด้วยหุ้นในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าในครัวเรือน โดยเฉพาะ บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอจี, เดมเลอร์ เอที, พีเอสเอ เปอโยต์, ซีตรอง, ตลอดไปจนถึงหุ้นบริษัทสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น หลุยส์วิตตอง, เบอร์เบอร์รี่ กรุ๊ป, สวอช และเฮนเนสซี่ ต่างปรับตัวลงอย่างน้อย 2% ทั้งสิ้น
ภาพ...เอเอฟพี


