posttoday
ส่งออกจีนแรงเกินคาด

ส่งออกจีนแรงเกินคาด

11 กรกฎาคม 2553

ยอดเกินดุลทะลุกว่า6แสนล้านเหตุวิกฤตหนี้ยุโรปกระทบน้อยโพสต์ทูเดย์ — ตัวเลขการค้าเกินดุลของจีนยังพุ่งแรงไม่หยุด ทั้งนำเข้าส่งออกดีเกินคาด

รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า รัฐบาลจีนได้เปิดเผยยอดการส่งออกในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ยังคงพุ่งสูงขึ้น 43.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว อีกทั้งยังสูงกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้อีกด้วย

ทั้งนี้ ยอดการนำเข้าในเดือน มิ.ย. ซึ่งขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แล้ว โดยพุ่งราว 34.1% จากปีก่อน ทำให้จีนมีตัวเลขยอดเกินดุลทางการค้าอยู่ที่ราว 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.47 แสนล้านบาท) สูงที่สุดในรอบ 9 เดือน

“การส่งออกดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะผลกระทบในเชิงลบจากวิกฤตหนี้ยุโรปไม่รุนแรงมากเท่าๆ กับที่ตลาดหวั่นวิตก” หลิวเฟยหัว นักเศรษฐศาสตร์จากแบงก์ ออฟ คอมมิวนิเคชันส์ ในเซี่ยงไฮ้ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลิวเฟยหัว กล่าวด้วยว่า ยอดการขยายตัวด้านการส่งออกของจีนจะชะลอตัวลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้อย่างแน่นอน

ตัวเลขการค้าที่แข็งแกร่งนี้ยังช่วยบรรเทาความกลัวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจของจีนจะผกผัน เมื่อรัฐบาลได้ออกมาตรการที่จะยับยั้งความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจดังกล่าวยังทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ทางรัฐบาลปักกิ่งขยับปรับค่าเงินหยวนให้เร็วขึ้นอีก แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลปักกิ่งได้มีการปรับค่าเงินหยวนขึ้นตามที่ได้ประกาศไว้แล้วก็ตาม

แต่ทว่าการปรับค่าเงินหยวนในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เพิ่มขึ้นเพียง 0.78% เท่านั้น ซึ่งนักวิเคราะห์โดยเฉพาะทางฝั่งสหรัฐก็ยังคาดหวังว่าน่าจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

รอยเตอร์สอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ ซึ่งระบุว่าความแข็งแกร่งของตัวเลขส่งออกอาจจะเป็นไปในระยะเวลาช่วงสั้นๆ การขนส่งสินค้าจะชะลอตัวลง เมื่อผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐค่อยๆ จางลง พร้อมกันกับที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ในยุโรปตัดตัวเลขการใช้จ่ายลง

ทอม ออร์ลิก นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทวิจัย สโตน แอนด์ แม็กคาร์เธย์ ในกรุงปักกิ่งของจีน กล่าวว่า แม้ว่ายอดการส่งออกไปยังตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่พุ่งสูงมากขึ้นในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นั่นก็ไม่สามารถชดเชยกับดีมานด์ในขาลงจากประเทศใหญ่ได้

ทางด้าน หวังฮัน นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทวิจัย ซีอีบีเอ็ม ในเซี่ยงไฮ้คาดการณ์ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ทางรัฐบาลจะเปิดเผยในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จะทำให้รัฐบาลจีนยังคงไม่ปรับนโยบายคุมเข้มทางการเงิน ด้วยเหตุผลว่ายอดการลงทุนภายในประเทศลดลง ประกอบกับยอดการส่งออกก็เริ่มที่จะชะลอตัวลงเช่นกัน และจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกระทั่งในไตรมาส 2 ของปี 2554

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี