
ทองลง ใครเจ็บ
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทองคำบูมจนทะยานขึ้นไปแตะ 1,400 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์นั้น ประเทศผู้ส่งออกแร่ทองคำรวมไปถึงทองแดงได้รับอานิสงส์อย่างมั่งคั่ง ขณะที่การบริโภคทองคำและทองแดงทั่วโลกนั้นอยู่ในทิศทางที่ร้อนแรงมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทองคำบูมจนทะยานขึ้นไปแตะ 1,400 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์นั้น ประเทศผู้ส่งออกแร่ทองคำรวมไปถึงทองแดงได้รับอานิสงส์อย่างมั่งคั่ง ขณะที่การบริโภคทองคำและทองแดงทั่วโลกนั้นอยู่ในทิศทางที่ร้อนแรงมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกได้เปลี่ยนไป ภาวะเงินเฟ้อซึ่งเป็นดัชนีสำคัญในการตัดสินใจลงทุนในตลาดทองคำอ่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง กอปรกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งตัวขึ้น และความต้องการทองคำปรับลดลง โดยเฉพาะจีน ปัจจัยเหล่านี้ได้ทำให้ราคาทองคำปรับลดลงมาอยู่ที่ต่ำกว่า 1,100 เหรียญสหรัฐ
แมตต์ อีเกน นักวิเคราะห์จาก มันนี่ ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า การดิ่งตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกกำลังส่งผลต่อราคาของโลหะมีค่าทั้งทองคำและทองแดงทั้งหมด รวมถึงแพลทินัมและแพลเลเดียม โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบคือประเทศที่ทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่
แอฟริกาใต้คือตัวอย่างที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะส่งออกทองคำเป็นหลัก เมื่อราคาปรับลดลงส่งผลให้ดัชนีหุ้นรวมของบรรดาเหมืองทองคำปรับลดลงมาแล้วกว่า 24% ขณะที่ออสเตรเลียซึ่งส่งออกทองคำและเหล็กมากกว่า 1 ใน 4 ก็เผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างน่ากลัวด้วยเช่นกัน
ขณะที่ชิลีซึ่งส่งออกทองแดงเป็นหลักต้องเผชิญกับปัญหาการว่างงาน เนื่องจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการพึ่งพาการส่งออกทองแดงมากกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมด
ส่วนประเทศอื่น ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงนั้นมีทั้งบราซิลซึ่งเป็นผู้ส่งออกเหล็กรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แซมเบีย ผู้ส่งออกทองแดงรายใหญ่และคองโกด้วยเช่นกัน
ตราบใดที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งทองคำและแร่ต่างๆ ยังคงปรับตัวลดลง ก็จะยิ่งทำให้ประเทศเหล่านี้ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเช่นกัน







