
โลกตื่นสอบชิ้นส่วนโบอิ้ง777 ลุ้นเป็นซาก 370 ของจริง
เจ้าหน้าที่เร่งสอบชิ้นส่วนเครื่องบินขนาด 2 เมตร ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นชายฝั่งเกาะเรอูนิยง ของฝรั่งเศส
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เจ้าหน้าที่เร่งสอบชิ้นส่วนเครื่องบินขนาด 2 เมตร ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นชายฝั่งเกาะเรอูนิยง ของฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะมาดากัสการ์ ในมหาสมุทรอินเดีย คาดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนบริเวณ “แฟลบพรอน” หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า แฟลบ ของเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบเดียวกันกับเที่ยวบินของมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 370 ที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยมากว่าปีแล้ว
โจ ฮัตลีย์ โฆษกสำนักงานด้านความปลอดภัยการเดินทางของออสเตรเลียเปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสบนเกาะเรอูนิยง ได้ส่งภาพชิ้นส่วนดังกล่าวให้กับออสเตรเลียแล้ว เพื่อการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นชิ้นส่วนของเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 จริงหรือไม่
ทั้งนี้ เครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 ทั้ง 5 ลำ ที่เกิดอุบัติเหตุในโลกทั้งหมด ตั้งแต่ปี 1993 นั้น มีจำนวน 2 ลำ เกิดขึ้นที่สนามบินในกรุงลอนดอนของอังกฤษ และที่สนามบินในกรุงไคโรของอียิปต์ นอกจากนั้นก็มี
กรณีของสายการบินเอเชียน่า แอร์ไลน์สที่ประสบเหตุส่วนท้ายกระแทกพื้นขณะลงจอดที่สนามบินในซานฟรานซิสโก และอีกลำเป็นของมาเลเซียแอร์ไลน์สถูกยิงตกเมื่อปีที่แล้วในยูเครน โดยมีเพียงเที่ยวบิน 370 เท่านั้นที่เป็นโบอิ้ง 777-200 ที่สูญหายไปในพื้นที่มหาสมุทรอินเดีย จึงมีความเป็นไปได้สูงสุดว่าชิ้นส่วนที่พบนี้อาจจะเป็นของเที่ยวบิน 370 จริง
“ชิ้นส่วนนี้อาจจะบอกอะไรเราบางอย่างได้ ขึ้นอยู่กับว่าลักษณะความเสียหายที่เกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ว่าชิ้นส่วนอาจจะถูกกระแสน้ำพัดจากบริเวณนอกชายฝั่งออสเตรเลียด้านตะวันตกซึ่งเป็นพื้นที่ค้นหาไปไกลถึงด้านทิศตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย หลังจากที่เครื่องบินลำนี้สูญหายไปนานถึง 16 เดือน” ฮัตลีย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ด้านเอพีรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยทางอากาศของสหรัฐ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนของบริษัท โบอิ้ง ได้ยืนยันว่า ชิ้นส่วนเครื่องบินที่พบนั้น น่าจะเป็นส่วนแฟลบของเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 จริง
ที่ผ่านมานั้น นับตั้งแต่เที่ยวบิน 370 ขาดการติดต่อไปเมื่อคืนวันที่ 8 มี.ค. 2014 ตามเวลาท้องถิ่นในมาเลเซียพร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิตนั้น การค้นหาก็ไม่สามารถค้นพบสัญญาณแกะรอยใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าจะมีการส่งเรือดำน้ำขนาดเล็กลงค้นหาใต้ทะเลลึกบริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ซึ่งเป็นจุดค้นหาหลักแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ หมู่เกาะเรอูนิยง ซึ่งเป็นเขตปกครองโพ้นทะเลของฝรั่งเศสที่ชิ้นส่วนถูกพัดเกยฝั่งนั้น มีที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียโดยห่างจากจุดค้นหาถึง 3,800 กม.ทีเดียว โดยชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนบริเวณ “แฟลบ” ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของปีกเครื่องบิน ซึ่งจะกางออกในระหว่างทำการขึ้นและลง โดยมีหน้าที่ช่วยให้เกิดแรงยก รวมไปถึงการชะลอความเร็วของตัวเครื่องด้วย
ด้าน นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ได้กล่าวว่า ดูเหมือนว่าชิ้นส่วนดังกล่าวน่าจะเป็นของเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777 จริง ส่วนด้านสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ระบุว่า ทางสายการบินกำลังเร่งทำงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อเรื่องนี้อยู่ ขณะนี้ชิ้นส่วนเครื่องบินดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของตำรวจบนเกาะเรอูนิยง
เหลียวเตียงไหล รัฐมนตรีคมนาคมของมาเลเซีย กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนมหานครนิวยอร์กของสหรัฐ ว่า มาเลเซียเองก็กำลังส่งทีมสอบสวนไปยังเกาะเรอูนิยงเช่นเดียวกัน
ด้าน เจฟฟรีย์ เดลล์ ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบสวนกรณีพิเศษ จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ในออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า ลักษณะของพื้นผิวของชิ้นส่วนเครื่องบินที่พบนั้นอาจจะบอกร่องรอยบางอย่างได้ว่า ตัวเครื่องประสบอุบัติเหตุระเบิดกลางอากาศ หรือว่ากระแทกกับพื้นผิวน้ำก่อนที่จะเกิดการระเบิด
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุด้วยว่า ชิ้นส่วนที่พบนั้นมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ อาจจะเป็นสิ่งบ่งชี้ได้ว่า ขณะที่เครื่องเกิดการกระแทกพื้นน้ำนั้น ความเร็วขนาดนั้นอาจจะไม่มากนัก ซึ่งทำให้ชิ้นส่วนที่แตกออกมีขนาดที่ใหญ่
ด้านบริษัท โบอิ้ง ของสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า จะให้การสนับสนุนขั้นตอนการสอบสวนและการค้นหาเครื่องบินลำนี้ต่อไป โดยจะมีการให้ความร่วมมือด้านผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคและการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ด้วย
ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนของมาเลเซีย ได้ประกาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแล้วว่า เที่ยวบิน 370 ประสบอุบัติเหตุตก และประกาศว่าผู้โดยสารและลูกเรือน่าจะเสียชีวิตแล้วทั้งหมดด้วย แม้ว่าจะยังคงมีความพยายามค้นหาเครื่องบินลำนี้อยู่ต่อไปก็ตาม







