
ดีมานด์ทองดิ่งต่ำสุดรอบ 6 ปี คาดราคาหลุด 1,000 เหรียญ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เดือน ก.ค.นี้ กำลังมุ่งหน้าสู่เดือนที่ราคาทองปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2010 หลังราคาทองคำแท่งปรับตัวลดลงไป 6.4% ในเดือน ก.ค.นี้ โดย แมคควอรี กรุ๊ป สถาบันการลงทุนระดับโลก ระบุว่า ราคาทองคำซื้อขายอยู่ที่ 1,096.90 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เมื่อเวลา 13.04 น. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์
จีเอฟเอ็มเอส บริษัทที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านแร่โลหะของทอมสัน รอยเตอร์ส เปิดเผยว่า ความต้องการทองปรับตัวลดลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ในช่วงไตรมาส 2 โดยความต้องการทองคำแท่งปรับตัวลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับความต้องการทองคำแท่งและเหรียญปรับตัวลดลง 12% รวมถึงความต้องการทองคำสำหรับเครื่องประดับก็ลดลง 9% เช่นเดียวกัน
ความต้องการที่ปรับลดดังกล่าว นำโดยนักลงทุนจากประเทศจีน โดยนักลงทุนรายบุคคลมีการซื้อทองคำแท่งและเหรียญเพียง 35 ตัน ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009
ผลสำรวจระบุว่า นักลงทุนจีนเหล่านั้นหันไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการปรับตัวลดลงของตลาดหลักทรัพย์จีนนับตั้งแต่จุดสูงสุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. กลับไม่ได้ช่วยเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 27 ก.ค.ที่มาผ่าน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของตลาดหลักทรัพย์จีนปรับตัวลดลงไป 8.5% อยู่ที่ 3,725.56 จุด ซึ่งเป็นการร่วงลงแรงในรอบหนึ่งวันที่มากที่สุดในรอบ 8 ปี โดยจีนพยายามเข้าควบคุมการร่วงแรงดังกล่าวด้วยมาตรการหลากหลาย ทั้งการระงับการเสนอขายหุ้นเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) และการเข้าอัดฉีดตลาดหลักทรัพย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม
นอกจากนี้ จีเอฟเอ็มเอส ยังคาดการณ์ว่า ปริมาณอุปทานทองคำในตลาดโลกทั้งหมดปรับตัวลดไป 3% ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ไปอยู่ที่ 1,054 ตัน ส่งผลให้ปริมาณทองคำล้นตลาดโลกอยู่ที่ 196 ตัน ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010
อย่างไรก็ตาม จีเอฟเอ็มเอส ระบุว่า อินเดียยังคงครองตำแหน่งผู้บริโภคทองคำอันดับหนึ่งของโลก โดยการบริโภคทองคำในรูปแบบเครื่องประดับปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 158 ตัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านแร่โลหะ ยังประเมินอีกด้วยว่า ราคาทองคำในตลาดโลกในช่วงไตรมาส 3 จะอยู่ที่ราว 1,135 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งจะเป็นราคาที่ต่ำที่สุดก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่เฉลี่ย 1,175 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในช่วงไตรมาส 4 ส่งผลให้คาดการณ์ราคาเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 1,180 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
“การคาดการณ์ราคาทองคำจะปรับขึ้นจะยังคงเป็นฐานการประเมินต่อไป โดยในปี 2016 ราคาทองคำจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1,250 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์” จีเอฟเอ็มเอส ระบุ
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยผลสำรวจนักลงทุนและนักวิเคราะห์อีกด้วยว่า ราคาทองคำจะตกลงไปเฉลี่ยอยู่ที่ 984 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ก่อนเดือน ม.ค. 2016 นอกจากนี้ 60% ของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ที่สำรวจยังระบุว่า ราคาทองคำเฉลี่ยของทั้งปีนี้จะปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งราคาจะต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1998 ที่เป็นช่วงที่ความต้องการทองตกต่ำลงครั้งล่าสุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า ระบุว่า บรรดาเฮดจ์ฟันด์และนักเก็งกำไรในตลาดหันมาถือครองสัญญาระยะสั้นเพิ่มเป็น 11,345 สัญญา แล้วในตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าที่มหานครนิวยอร์ก ในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 ก.ค. มากที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 2006 ภายหลังจากเห็นว่าราคาทองคำปรับตัวลดลง
โรบิน บารห์ นักวิเคราะห์ของโซซิเอเต เจเนราล เอสเอ ธนาคารในฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ในปัจจุบันไม่มีความต้องการทองคำแล้ว และแม้ตลาดทองคำจะไม่พังทลายลง อย่างไรก็ตามราคาทองคำก็จะปรับตัวลดลงอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้
บลูมเบิร์ก ระบุว่า การปรับตัวลดลงของราคาทองคำดังกล่าว เกิดขึ้นจากบรรดานักลงทุนต่างคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในเกณฑ์ดี ส่งผลให้ความน่าลงทุนในทองคำปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ อย่างค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น
ก่อนหน้านี้ ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภายหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 ที่ส่งผลให้ผู้คนหันไปลงทุนในทองคำมากขึ้น โดยราคาทองคำซื้อขายล่วงหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ในช่วง 12 ปีก่อนหน้าปี 2012







