
Chugoku 28 (จบ)
ก่อนเข้าที่พักยังพอมีเวลาเหลือเลยถือโอกาสแวะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเมืองชิมาเนะกันก่อน
ก่อนเข้าที่พักยังพอมีเวลาเหลือเลยถือโอกาสแวะไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะของเมืองชิมาเนะกันก่อน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีลักษณะเด่นเป็นอาคาร 2 ชั้น ยาวขนานไปกับริมทะเลสาบ โปร่งโล่งด้วยผนังกระจกแทบทุกด้าน สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบได้จากเกือบทุกตำแหน่ง เป็นผลงาน การออกแบบของคุณ Kiyonori Kikutake สถาปนิกระดับหัวแถวของญี่ปุ่น มีผลงานที่โดดเด่นมากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์เอโดะโตเกียว โรงแรม Seiyo Ginza หรืองานระดับโลกอย่าง World Expo 2005 จังหวัดไอจิ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าออกแบบสถานที่จัดงานได้กลมกลืนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ก็เป็นผลงานของคุณ Kikutake เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่เรามีเวลาไม่มากพอที่จะเดินชมงานศิลปะ เพราะที่นี่มีงานดีๆ อยู่หลายชิ้น เช่น ภาพเขียน The Needle and the Gate of Aval ของ Claude Monet ภาพ Watering Trough ของ Paul Gauguin งานประติมากรรม Monu ment of Victor Hugo ของ Auguste Rodin หรืองานภาพพิมพ์ญี่ปุ่น (Ukiyo-e) Clear Weather with Southern Breeze หนึ่งในภาพพิมพ์ชุด Thirty-six views of Mount Fuji ของ Katsushika Hokusai ปรมาจารย์ภาพพิมพ์แห่งยุคเอโดะ ซึ่งโด่งดังจากภาพ The Great Wave of Kanagawa ที่คุ้นตาคนไทยหลายคน รวมทั้งงานหัตถกรรมของศิลปินอย่าง Hamada Shoji, Kawai Kanjiro, Kojima Shikkosai ก็มีให้ชมด้วยเช่นกัน
เรามาที่นี่เพื่อมารอชมพระอาทิตย์ตกกันครับ เพราะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลสาบชินจิที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองมัทสึเอะ ถึงขนาดที่เวลาปิดของพิพิธภัณฑ์ในช่วงเดือน มี.ค.-ก.ย. ระบุไว้ว่า ปิดหลังจากพระอาทิตย์ตก 30 นาที และถึงแม้จะไม่ได้ชมงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์แต่เราก็ยังได้ชมงานประติมากรรมร่วมสมัยของคุณ Yabuuchi Satoshi ประติมากรชื่อดังของยุคนี้ที่มีผลงานมากหลาย ได้สร้างสรรค์ผลงาน Shinji-ko Rabbits รูปหล่อกระต่าย 12 ตัว ในท่าวิ่งต่อเนื่องกันที่อยู่ตรงลานสนามหญ้าด้านนอก และกระต่ายตัวที่ 2 จากด้านหน้าก็เป็นกระต่ายนำโชคที่ใครๆ ก็ชอบมาลูบกันจนมันแผล็บ บางคนก็เอาเปลือกหอย Shijimi ซึ่งเป็นหอยเศรษฐกิจของทะเลสาบชินจิมาวางไว้ตรงหน้าตัวกระต่ายเพื่อเสริมความโชคดีมีลาภด้วย
วันรุ่งขึ้นเป็นการเข้าร่วมงานผู้ซื้อพบผู้ขายของภูมิภาค Chugoku จนถึงเย็นแล้วจึงไปงานเลี้ยงอำลาต่อกันที่สวน Yuushien สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บน Daikonshima เกาะเล็กๆ ในทะเลสาบ Nakaumi มีชื่อเสียงเรื่องการปลูกโสมและดอกโบตั๋น ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดชิมาเนะ ประมาณการว่าเฉพาะบนเกาะแห่งนี้ปลูกดอกโบตั๋นได้ถึงปีละ 1.8 ล้านดอก มากที่สุดในญี่ปุ่น สวนยูชิเองเป็นสวนญี่ปุ่น ถึงแม้จะไม่โด่งดังเท่าสวนของพิพิธภัณฑ์อะดาจิ แต่ก็มีกิจกรรมให้ทำมากกว่าเพราะสวนยูชิเองสามารถเดินชมได้ทั่วทั้งสวน และมีดอกโบตั๋นให้ชมตลอดทั้งปี
เราร่วมงานเลี้ยงอำลาที่จัดได้อย่างอบอุ่นมาก ผมได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนชาติไทยขึ้นไปกล่าวถึงความประทับใจในการมาเยือนภูมิภาค Chogoku ในครั้งนี้ด้วย แต่โดนตลบหลังจากเพื่อนร่วมชาติให้ร่วมการแสดงพื้นเมืองต่อ ซึ่งถือว่าผมยังโชคดีที่ก่อนจะมาทริปนี้ได้ดูสารคดีเกี่ยวกับการแสดง Dojo Sukui ที่ผมจะต้องไปร่วมแสดงด้วยเลยพอมีไอเดียบ้าง Dojo Sukui เป็นการแสดงร่ายรำการจับปลาไหลคล้ายๆ กับเซิ้งสุ่มของบ้านเรา นักแสดงที่มาฝึกสอนบังเอิญว่าเป็นคนเดียวกับที่ผมดูในสารคดีอีกด้วยซ้ำ จากที่นึกหวั่นๆ ก็เลยกลายเป็นสนุก รำไปเซิ้งไปเป็นที่ถูกอกถูกใจเพื่อนร่วมชาติมาก เป็นการปิดทริปอำลา Chugoku อย่างสมบูรณ์และสนุกสนานครับ







