
ภัยคุกคามไอเอส
ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นจากการโจมตีในหลายประเทศ และการสังหารตัวประกันอย่างเลือดเย็น ไม่เพียงเท่านั้น ยังสร้างอิทธิพลต่อกลุ่มคนสายสุดโต่งให้ก่อเหตุในประเทศที่อยู่อาศัยอีกด้วย
ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นจากการโจมตีในหลายประเทศ และการสังหารตัวประกันอย่างเลือดเย็น ไม่เพียงเท่านั้น ยังสร้างอิทธิพลต่อกลุ่มคนสายสุดโต่งให้ก่อเหตุในประเทศที่อยู่อาศัยอีกด้วย
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสดังกล่าว ส่งผลให้ เจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ระบุว่า ความพยายามของกลุ่มไอเอสที่จุดประกายให้ชาวอเมริกันก่อเหตุความรุนแรงในสหรัฐนั้นเป็นภัยคุกคามที่มากกว่าการโจมตีจากภายนอกของกลุ่มอัลกออิดะห์เสียอีก
โคเมย์ กล่าวระหว่างการประชุมความมั่นคงแอสเพ็น เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ไอเอสได้สร้างอิทธิพลต่อชาวอเมริกันจำนวนมาก ในช่วงระหว่างแคมเปญ 1 ปีของไอเอส บนโซเชียลมีเดียที่เรียกร้องให้ชาวมุสลิมที่ไม่สามารถเดินทางไปที่ตะวันออกกลางสังหารผู้คนในที่ที่อาศัยอยู่
จากการประเมินของโคเมย์นั้น บัญชีทวิตเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับไอเอสมีผู้ติดตามที่ใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า 2.1 หมื่นคน และในจำนวนนี้หลายพันคนอาจเป็นชาวอเมริกัน
นอกจากนี้แล้ว ผู้อำนวยการเอฟบีไอ ยังเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา เอฟบีไอได้จับกุมคนสายสุดโต่งเป็นจำนวนมาก พร้อมกล่าวย้ำด้วยว่า หลายคนในจำนวนนี้วางแผนที่จะก่อเหตุโจมตีในวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันชาติของสหรัฐด้วย
ทั้งนี้ ในปัจจุบันเอฟบีไอได้ติดตามชาวอเมริกันที่มีอายุตั้งแต่ 18-62 ปี ที่เคยเดินไปทางไปยังอิรักหรือซีเรีย เพื่อต่อสู้ร่วมกับกลุ่มไอเอส
“ผมกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสิ่งที่ผมมองไม่เห็น” โคเมย์ ระบุ พร้อมให้เหตุผลว่า กลุ่มที่หาคนมาร่วมไอเอสนั้นใช้ซอฟต์แวร์การสื่อสารที่ถูกเข้ารหัส เพื่อหลีกเลี่ยงจากการตรวจสอบของสหรัฐด้วย







