
สู้เงินเฟ้อ
แม้ว่าทางธนาคารกลางอินเดีย (อาร์บีไอ) จะระบุแสดงความกังวลว่า ฝนที่ไม่ตกตรงตามฤดูจะมีความเสี่ยงที่จะดันให้ดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มสูงขึ้น อันจะทำให้ทางอาร์บีไอต้องพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยในปีนี้อาร์บีไอปรับลดดอกเบี้ยมาแล้ว 0.75%
แม้ว่าทางธนาคารกลางอินเดีย (อาร์บีไอ) จะระบุแสดงความกังวลว่า ฝนที่ไม่ตกตรงตามฤดูจะมีความเสี่ยงที่จะดันให้ดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มสูงขึ้น อันจะทำให้ทางอาร์บีไอต้องพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยในปีนี้อาร์บีไอปรับลดดอกเบี้ยมาแล้ว 0.75%
อย่างไรก็ตามคูนาล กุมาร คุนธุ นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโซซิเอเตเจเนอราล ระบุว่า มรสุมที่มาไม่ตรงตามฤดูกาลไม่จำเป็นต้องมีผลดันตัวเลขเงินเฟ้อเสมอไป โดยระบุว่าอุปสรรคเชิงโครงสร้างต่างหากที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเงินเฟ้อที่สำคัญ
“ในขณะที่เราเชื่อว่ามรสุมที่ไม่ตรงตามฤดูจะเพิ่มเงินเฟ้ออาหาร ทว่าผลกระทบในภาพรวมไม่น่ามีแนวโน้มที่จะมากเพียงพอ (ถ้าหากว่าเราไม่เห็นภาวะแล้งจัด) ที่จะกระตุ้นเงินเฟ้อไปในระดับที่คุกคามต่อเป้าหมายเงินเฟ้อของอาร์บีไอ” นักเศรษฐศาสตร์ของโซซิเอเตเจเนอราล กล่าว
จากประเด็นดังกล่าว คุนดู แสดงความเชื่อมั่นว่าการตอบโต้โดยการออกนโยบายที่ดีกว่านี้ เช่น การปล่อยสต๊อกสำรองของธัญพืชต่างๆ ออกสู่ตลาด เพื่อตอบโต้ต่อการผลิตที่ตกต่ำลงจะช่วยให้เงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุมได้
ทั้งนี้ คุนดูไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์เพียงคนเดียวที่ตั้งคำถามถึงความคิดที่ว่า ฝนที่ไม่ตกตามฤดูจะกระทบต่อตัวเลขเงินเฟ้อ โดย โธมัส อูเบรย์ ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาเครดิตแคปปิตอล แอดไวซอรี ระบุว่า ปัญหาเรื่องเงินเฟ้อของอินเดียนั้นเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องซัพพลายมากกว่า และเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่จะแก้ไขผ่านการปฏิรูปร่วมกับเป้ารายได้ของประชาชน







