
"เศรษฐีเอเชีย" ยึดโลก
จับตา “เอเชีย” จะเป็นแหล่งรวมเศรษฐีพันล้านแห่งใหม่ของโลก
จับตา “เอเชีย” จะเป็นแหล่งรวมเศรษฐีพันล้านแห่งใหม่ของโลก
นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจ Billionaires : Master architects of great wealth and lasting legacies ประจำปี 2558 ซึ่งจัดทำโดย UBS AG และ PwC ว่า ในอีก 5-10 ปีจำนวนมหาเศรษฐีในเอเชียจะแซงหน้าสหรัฐ ส่วนหนึ่งเพราะการเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจของโลกที่จะทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ศูนย์กลางอำนาจทางการเงินที่เริ่มย้ายฐานมาเอเชีย
ทั้งนี้ การบริโภคเพิ่มสูงจากจำนวนชนชั้นกลางที่มากขึ้น นักธุรกิจฝั่งเอเชียเริ่มหันมาตั้งต้นธุรกิจและสร้างฐานะความมั่งคั่งด้วยตนเองตั้งแต่อายุยังน้อยจากการทำธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค และรองลงมาคือ เทคโนโลยีและไอที
“สัดส่วนมหาเศรษฐีที่สร้างฐานะด้วยตนเองในเอเชียมีสูงถึง 36% ของเศรษฐีพันล้านทั่วโลก และ 25% มาจากครอบครัวที่ยากจน ถือเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐที่ 8% และยุโรป 6% อายุเฉลี่ยของเศรษฐีระดับพันล้านชาวเอเชียน้อยกว่ามหาเศรษฐีจากสองทวีปถึง 10 ปี โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 57 ปี” นายศิระ กล่าว
สำหรับไทยเศรษฐีหน้าใหม่มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากเช่นกัน หลังจากที่เด็กรุ่นใหม่ในกลุ่มเจเนอเรชั่น วาย (Gen Y) ต้องการ “รวยด้วยตัวเอง” หรือ “รวยทางลัด” โดยไม่ทำงานในออฟฟิศ ตลาดหุ้นไทยจึงกลายเป็นแหล่งที่คนรุ่นใหม่เข้ามาแสวงหาความมั่งคั่ง ซึ่งอันตรายหากไม่มีความรู้ทางการเงิน และการบริหารจัดการความเสี่ยง







